วันนี้สวดพระพิธีธรรมคุณตา วันที่สาม ก็พอจะทำใจให้สบายขึ้นได้บ้าง
คืนวันเสาร์ยังนั่งคุยกับเพื่อนเรื่องตายๆอยู่ ไม่นึกว่าไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้าจะพบกับตัวเอง
คุณตาท่านเป็นมะเร็งปอดครับ นอนป่วยมาตั้งแต่เดือนมกรา เพิ่งจะมาทรุดเอาเมื่อวันพุธที่แล้ว ตอนนั้นสูบน้ำออกจากปอดได้ขันหนึ่ง และปอดอีกข้างก็เพิ่งมาติดเชื้อ ต่อมาตอนตีสามครึ่งของวันอาทิตย์ (ซึ่งก็เป็นคืนวันเสาร์) โรงพยาบาลโทรมาให้ไปด่วนเพราะปั๊มหัวใจไม่ขึ้น
แล้วท่านก็จากไปอย่างสงบ สิริรวมอายุได้ 83 ปี
ขอให้ดวงวิญญาณของท่านไปสู่สุคติ
...
ก็นั่งแต่งกลอนไว้อาลัยเพื่อลงในหนังสืองานศพ แต่คงไม่เอามาลงทั้งหมดในนี้ ตัดเอามาลงท่อนหนึ่งครับ

นรชาติ
นรชาติชาติหนึ่งไม่ถึงร้อย
ต่างทยอยเดินมุ่งสู่ที่หมาย
มนุษย์เราเอาอะไรไว้มากมาย
สุดท้ายต่างก็จบที่เชิงตะกอน
เหลือไว้ก็เพียงชื่อให้ลือเลื่อง
จะรุ่งเรืองเจิดจรัสประภัสสร
หรือแช่งว่าด่าทอพอม้วยมรณ์
หรืออาลัยอาวรณ์เพียงญาติกัน
ดวงวิญญาณลอยไปสัมปรายภพ
ที่สงบสุขใจในสวรรค์
ก็เหลือเกินจะอาลัยในชีวัน
คงไม่หวั่นไปกับคำเขาร่ำลือ
ถ้าไม่ใช้ชีวาให้ค่าคุ้ม
มานั่งกลุ้มตอนตายจะได้หรือ
มีความฝันก็พลันทำให้สุดมือ
ก็จะถือว่าคุ้มไม่กลุ้มใจ
ถึงที่ตายก็ต้องวายชีวาวาตม์
จะองอาจห้ามตายอย่างไรได้
ถึงคราวอยู่ก็ทุ่มหมดทั้งใจกาย
ถึงที่ตายก็สบายทั้งกายใจฯ

)