2006/Sep/19

ใกล้สอบแย้วววววว

แต่ก็ยังมีอารมณ์มา up blog อีกนะ เหอๆๆ หาข้อมูลอันนี้แป๊ปเดียวเองฮะ

ใครที่ดูคาเมนไรเดอร์คาบูโตะน่าจะดูอันนี้ไว้น่อ เหอๆ

Kabuto

ด้วงกว่าง
ชื่อญี่ปุ่น:
カブトムシ (คาบูโตะมุชิ)
ชื่อสามัญ: Rhinoceros Beetle, Elephant Beetle
Kingdom: Animalia
Phylum: Arthropoda
Class: Insecta
Order: Coleoptera
Family: Scarabaeidae
Subfamily: Dynastinae
Genus: Trypoxylus
Species: T. dichotomus

เป็นด้วงปีกแข็งขนาดโต ลำตัวป้อมสั้น มีหนวดแบบแผ่นใบไม้ประกบกันซึ่งหดและขยายตัวได้ ลำตัวสีน้ำตาลแดงเป็นมัน ตัวผู้ตัวโตที่สุดวัดได้ประมาณ 6 ซ.ม ตัวเมียมีกรามเจริญดีกว่าตัวผู้ ด้านหน้าลำตัวของตัวผู้มีเขาโค้งเข้าหากันในลักษณะบนหนึ่งเขา ล่างหนึ่งเขา 1 คู่ เขาด้านบนงอกออกมาจาก prothorax เขาด้านล่างงอกออกมาจากส่วนหัวปลายเขาแยกออกเป็นสองแฉก ตัวเมียจะมีขนาดลำตัวเล็กกว่าตัวผู้และไม่มีเขา

วงจรชีวิตตั้งแต่ระยะไข่จนถึงระยะตัวเต็มวัยใช้เวลาประมาณ 8.5-11 เดือน ตัวหนอนจะกินซากพืชและรากไม้เป็นอาหาร เข้าดักแด้ในปลอกดิน ลักษณะการกินอาหารของตัวเต็มวัยในกิ่งของไม้บางชนิดจะเห็นเป็นรอยควั่นพิชที่ด้วงกว่างชอบกินมีอยู่ด้วยกันหลายชนิด เช่น ไผ่เลี้ยง ไผ่ซาง โดยจะกัดกินลำต้นของไผ่อ่อนผ่านลักษณะของหน่อไม้ แต่ยังไม่ได้คลี่ออกหรือที่เรียกว่าหน่อบิน นอกจากนี้ยังกินพืชอื่นๆ อีกเช่น ในพวก Acaciaส้ม มะพร้าว กินผิวกิ่งและลำต้นของไม้พุ่มหลายชนิด และกินลำต้นของต้นยูคาลิปตัส อ้อย

ด้วงกว่างมีศัตรูตามธรรมชาติอยู่สองชนิดคือ
Magascolia azurea(Chr.)
เชื้อราชนิด Metarrhizium sp.

TheBee
ต่อ
ชื่อญี่ปุ่น:
スズメバチ (ซึสึเมบาชิ)
ชื่อสามัญ: Wasp, Hornet
Kingdom: Animalia
Phylum: Arthropoda
Class: Insecta
Order: Hymenoptera
Suborder: Apocrita
Family: Vespidae
Subfamily: Vespinae

ต่อ (ตัวต่อ) เป็นแมลงประเภทเดียวกับผึ้ง แตน แมลงภู่ แต่เวลาต่อยจะเจ็บกว่า แมลงอื่น ต่อมีหลายชนิด ถ้าแยกตามที่อยู่จะมีอยู่ 2 ประเภท
1. อาศัยอยู่ใต้พื้นดิน (ต่อหลวง, ต่อลาย, )
2. อาศัยทำรังบนต้นไม้ ใต้รังคาบ้าน และอาคาร (ต่อแดง ต่อหม่อน ,ต่อตัวเสือ, ต่อนอนวัน, )

ลักษณะของลำตัวมี สีดำ ปีกสีน้ำตาล ท้องมีแถบสีส้มปนเหลือง จนเห็นได้ชัดเจน มีขนาดลำตัวยาวประมาณ 3.00-3.50 เซนติเมตร มีอยู่หลายชนิดเช่น Vespa basalis มี หัวและอกสีเหลือง มีแผ่นรูปสามเหลี่ยม สีน้ำตาลปน ดำ ขาสีเหลืองแก่ ลำตัวสีเหลืองปนน้ำตาลหรือสีดำคล้ายเสือ และ Vespa bicolor มี หัวและหนวดสีดำ อกสีเหลือง มีแผ่นสามเหลี่ยมสีดำ สันหลัง อกและท้องสีเหลืองแก่ กับอีกชนิดหนึ่งคือ Vespa auraria หัวและขาสีเหลืองแก่ ตาสีน้ำตาลแก่ อกสีเหลืองปนดำ มีแผ่นสามเหลี่ยมสันหลังสีน้ำตาลแก่ปนดำ...และ มีแถบเหลืองพาดขวาง 3 แถบที่ท้องคล้ายลายเสือด้วย

อาหารของต่อคือ ผลไม้สุก เนื้อสัตว์ เนื้อปลา ที่ดิบและเน่า การทำรังของต่อ จะก่อรังที่ทำด้วยเศษไม้แห้งที่น้ำหนักเบาผสมดินและยางไม้ ยางไม้ที่ต่อมักจะเอายางเช่น ต้นก่อ (บางชนิด) พญาเสือโคร่ง และอื่นๆอีกมาก บางชนิดชอบกินหนอน เป็นอาหาร จึงช่วยกำจัดหนอนที่จะกลายเป็นแมลงศัตรูพืชในอนาคตได้ วิธีการหากินของตัวต่อจะเข้าไปต่อยตัวหนอนให้ สลบแล้วจึงอุ้มตัวหนอนนั้นมาวางไว้ตามช่องภายในรังเพื่อเป็น อาหารลูกอ่อนของตัวต่อที่จะเกิดขึ้นมา ตัวอ่อนของต่อหรือแม้แต่ตัวแก่ในบางแห่งบางถิ่นสามารถใช้เป็นอาหารได้

Drake
แมลงปอ
ชื่อญี่ปุ่น:
蜻蛉 (ทนโบะ)
ชื่อสามัญ: Dragonfly, Odonata
Kingdom: Animalia
Phylum: Arthropoda
Class: Insecta
Order: Odonata

เป็นแมลงดึกดำบรรพ์ มีกำเนิดในโลกเมื่อหลายล้านปีมาแล้ว แมลงปอจัดเป็นแมลงชนิดหนึ่ง จัดอยู่ในไฟลั่มอาร์โทรโปดา เป็นสัตว์ที่มีร่างกายแบ่งได้ 3 ส่วน คือ ส่วนหัว ส่วนอก และส่วนท้อง มีขา 6 ขา มีตาขนาดใหญ่อยู่ที่ส่วนหัว ดวงตาเป็นดวงตาประกอบ ซึ่งประกอบด้วยดวงตาขนาดเล็กๆ รูป 6 เหลี่ยม จำนวนมาก มีเขี้ยวอยู่ที่ปากเอาไว้กัดกินสัตว์อื่น ขาอยู่ที่ส่วนอก มีปีก 2 คุ๋ ส่วนท้องจะมีอวัยวะในการหายใจ และอวัยวะเพศ

แมลงปอจะผสมพันธุ์กันบนบก เมื่อตัวเมียวางไข่ ตัวเมียจะดำน้ำหรือใช้อวัยวะ ส่วนท้องแหย่ลงไปในน้ำ แล้ววางไข่ติดกับพืชน้ำ เมื่อฟักเป็นตัว จะมีลักษณะแตกต่างไปจากตัวเต็มวัย คือไม่มีปีก อาศัยอยู่ในน้ำ จับสัตว์น้ำเล็กๆ กินเป็นอาหาร เราเรียกวันว่า ตัวโม่ง จะอยู่ในน้ำราว 1 ปี จึงคลานขึ้นมาบนบก แล้วลอกคราบออก กลายเป็นตัวเต็มวัย ออกบินหากินและผสมพันธุ์

นักกีฏวิทยาได้ทำการศึกษาและค้นพบว่าบนโลกนี้มีแมลงปออยู่มากกว่า 5,000 ชนิด ( species ) จัดอยู่ประมาณ 500 สกุล ( genus ) ศาสตราจารย์ G. H. Carpenter แห่งมหาวิทยาลัยแมนเชสเตอร์ ประเทศอังกฤษ ได้แบ่งแมลงปอเป็น 2 กลุ่มใหญ่ๆ ( suborder ) เกณฑ์ที่ใช้แบ่งดูจากลักษณะของเส้นปีก ( vein ) รูปร่างของปีก และลักษณะการวางของปีกขณะที่มันเกาะนิ่งอยู่กับที่ ลักษณะโดยทั่วไปของแมลงปอทั้ง 2 กลุ่ม 1 กลุ่มแมลงปอบ้าน ( dragonfly , suborder Anisoptera ) มีลักษณะตัวใหญ่ ส่วนมากมีสีเข้ม หัวโต ตากว้างแต่ไม่โปน ปีกคู่หลังใหญ่กว่าปีกคู่หน้า เวลาเกาะนิ่งอยู่กับที่ปีกทั้ง 4 จะกางออกในแนวราบ แมลงปอกลุ่มนี้แข็งแรงมาก บินได้เร็ว พบเห็นทั่วๆไปแม้แต่ในถิ่นที่ห่างไกลจากแหล่งกำเนิดของมัน 2 กลุ่มแมลงปอเข็ม ( damselfly , suborder Zygoptera ) แมลงปอกลุ่มนี้มีขนาดเล็กกว่ากลุ่มแรก ตาโปน ปีกคู่หลังกับคู่หน้ามีขนาดเท่าๆกัน เวลาเกาะนิ่งอยู่กับที่ปีกจะหุบขนานกับลำตัว อ่อนแอและบินช้า ส่วนใหญ่จะบินอยู่ใกล้ๆกับผิวน้ำ และบินต่ำๆอยู่เหนือพื้นดิน หรือเกาะอยู่ตามพุ่มไม้ใบหญ้า ลักษณะโดยทั่วไปของแมลงปอทั้งสองกลุ่ม คือ มีลำตัวยาวเรียว ( slender - shape ) ปีกสองข้างบางใสมีเส้นปีกที่สานกันถี่ละเอียดเป็นโครงคล้ายร่างแห หัวใหญ่ มีตารวม ( compound eyes ) ทำให้สามารถมองเห็นได้รอบตัว หนวดสั้นเล็กเหมือนเส้นขน ยาวประมาณ 5 - 8 ปล้อง โคนหนวดปล้องแรกจะใหญ่หนาและค่อยๆเรียวไปจนถึงปล้องสุดท้าย ปากเป็นแบบกัดกิน ( chewing type ) ขากรรไกรแข็งแรง ส่วนอกมี 3 ปล้อง

Sasword
แมงป่อง
ชื่อญี่ปุ่น:
サソリ (ซาโซริ)
ชื่อสามัญ: Scorpion
Kingdom: Animalia
Phylum: Arthropoda
Subphylum: Chelicerata
Class: Arachnida
Order: Scorpiones

ในทางอนุกรมวิธาน นักกีฏวิทยาจัดแมงป่องไว้ในไฟลั่มเดียวกับแมลง คือ ไฟลั่มอาร์โทรโปดา (Phylum Arthropoda) เพราะลำตัวและระยางค์ประกอบด้วยปล้องหลายๆ ปล้องมาเรียงต่อกันเช่นเดียวกัน แต่แยกไว้คนละชั้น โดยจัดแมลงไว้ในชั้นเฮ็กซาโปดา หรือ อินเซ็คตา (Class Hexapoda or Insecta) และจัดแมงป่องไว้ในชั้น อะราชนิดา (Class Arachnida) ซึ่งเป็นชั้นเดียวกับแมงมุม (Spider) ถึงแม้ว่านักกีฏวิทยาจัดแมงป่องไว้ในชั้นเดียวกับแมงมุม แต่แมงป่องมีลักษณะหลายอย่างที่แตกต่างจากแมงมุม นักกีฏวิทยาจึงต้องแยกแมงป่องและแมงมุมไว้คนละอันดับกัน โดยจัดแมงป่องไว้ในอันดับสคอร์ปิดา (Order Scorpionida) และจัดแมงมุมไว้ในอันดับอะราไนดา (Order Araneida)

แมงป่องมีลำตัวค่อนข้างยาว แบ่งออกเป็นสองส่วน คือ ส่วนหัวและอกซึ่งติดกัน และรวมเรียกว่า เซ็พฟาโลโทแรกซ์ (cephalothorax) และส่วนท้อง (abdomen) มีก้ามคล้ายก้ามของปู 1 คู่ ใช้ในการจับเหยื่อได้เช่นเดียวกับก้ามของปู และมีขา 4 คู่ อยู่ทางด้านล่างของเซ็พฟาโลโทแรกซ์ ใช้ในการเดิน ที่หัวไม่มีหนวด ซึ่งแตกต่างจากแมลง แมงป่องออกลูกเป็นตัว ลูกแมงป่องจะอาศัยอยู่บนหลังของตัวแม่ ภายใน 2 สัปดาห์จะมีขนาดใหญ่ขึ้น และแยกออกจากตัวแม่ไปหากินอิสระ แมงป่องออกหากินในเวลากลางคืน มักพบในห้องน้ำ ครัว ผนังห้อง ท่อแอร์ ชอบที่เย็น กลางวันซุกอยู่ตามกองไม้ กองหิน และในดิน ในประเทศไทยพบไม่บ่อยนัก

ลักษณะเด่นของแมงป่องอยู่ที่ส่วนท้อง ซึ่งยาวเรียวออกไปทางด้านหลังจนดูคล้ายกับหาง และตอนปลายซึ่งงอโค้งขึ้นได้มีอวัยวะสำหรับต่อย (stinger) ซึ่งมีเหล็กไนและน้ำพิษ ในเวลาล่าเหยื่อ คือ แมงมุมและแมลงต่างๆ มันจะใช้ก้ามทั้งสองจับเหยื่อไว้ แล้วใช้ปลายหางต่อยเหยื่อ และปล่อยเหล็กไนและน้ำพิษเข้าไปในร่างกายของเหยื่อ เพื่อให้เหยื่อเป็นอัมพาต ก่อนจับเหยื่อเคี้ยวกิน

พิษของแมงป่อง ส่วนใหญ่เป็นพิษต่อระบบประสาท (neurotoxin) ส่วนน้อยเป็นพิษต่อโลหิต (hematotoxin) ผู้ที่ถูกแมงป่องต่อยจะมีอาการปวดรอบๆ อวัยวะที่ถูกต่อย ซึ่งจะบวมขึ้นและมีรอยคล้ายเข็มแทงรอยเดียว เพราะแมงป่องได้ปล่อยเหล็กไนเข้าไปแล้ว

Gatack
ด้วงเขี้ยวกาง
ชื่อญี่ปุ่น:
クワガタムシ (คุวากาตะมุชิ)
ชื่อสามัญ: Stag Beetle
Kingdom: Animalia
Phylum: Arthropoda
Class: Insecta
Order: Coleoptera
Suborder: Polyphaga
Infraorder: Scarabaeiformia
Superfamily: Scarabaeoidea
Family: Lucanidae

เป็นด้วงปีกแข็งขนาดค่อนข้างใหญ่ มีหนวดเป็นแผ่นแต่ประกบเข้าหากันไม่ได้อย่างด้วงกว่าง ตัวผู้มีกรามยื่นยาวขนาดใหญ่ ตัวเมียจะไม่มีกรามที่แข็งแรงและยื่นยาวแบบตัวผู้ และแม้กรามของตัวผู้จะดูแข็งแรงแต่มีแรงน้อยมากจนทำอันตรายสัตว์อื่นไม่ได้ มีไว้เพื่อต่อสู้กับด้วงตัวผู้ด้วยกันในขณะผสมพันธ์ อย่างไรก็ดีด้วงเขี้ยวกางตัวเมียนั้นกัดเจ็บมาก ด้วงกว่างมีปีกแข็งปกคลุมถึงท้องตลอด ลักษณะเรียบไม่มีรอยขีดตามแนวความยาว หนอนและตัวแก่ของแมลง ชอบกินไม้ผุ และวัตถุเน่าเปื่อยเป็นอาหาร

ด้วงชนิดนี้มีมากกว่า 1,200 สปีชีส์ ชนิดที่รู้จักกันดีที่สุดคือ Lucanus cervus ซึ่งอยู่ในยุโรป บางชนิดอาจตัวโตได้ถึง 8 เซ็นติเมตร เราจะพบด้วงเขี้ยวกวางโตเต็มวัยได้ในราวๆเดือนพฤษภาคมถึงสิงหาคม โดยเฉพาะในเวลาเย็น ตัวเมียวางไข่บนซากใบไม้กิ่งไม้เน่าเปื่อย

ศัตรูตามธรรมชาติของด้วงเขี้ยวกางได้แก่ นก ไก่ แบดเจอร์ เม่น แมว และนกหัวขวาน


ตั๊กแตน
ชื่อญี่ปุ่น:
バッタ (บัตตะ)
ชื่อสามัญ: Grasshopper, Locust
Kingdom: Animalia
Phylum: Arthropoda
Class: Insecta
Order: Orthoptera
Family: Caelifera

ตั๊กแตน เป็นแมลงที่อยู่ในอันดับ Orthoptera มีลักษณะสำคัญคือ มีปากแบบกัดกิน (Chewing Type) พบตั้งแต่ในระยะตัวอ่อนจนถึงตัวเต็มวัย มีตารวมขนาดใหญ่ มีหนวดเป็นแบบเส้นด้าย (filiform) ปีกคู่หน้าเป็นคล้ายหนัง (tegmina) ปีกคู่หลังแบบบางใส (membrane) ซึ่งพับอยู่ใต้ปีกคู่หน้า ขา 2 คู่แรกเป็นขาเดิน ( walking legs) ขาคู่หลังเป็นแบบกระโดด (jumping legs) tarsi มี 3 – 5 ปล้อง ตั๊กแตนมีอวัยวะพิเศษคือ อวัยวะทำเสียง และอวัยวะฟังเสียง เพื่อใช้ในการสื่อสาร หาคู่ และไล่ศัตรู อวัยวะทั้งสองอย่างสามารถช่วยแยกกลุ่มของแมลงได้ การเจริญและการเปลี่ยนแปลงรูปร่างเป็นแบบ Paurometabola เรียกอีกอย่างหนึ่งว่า gradual metamorphosis เป็นการเปลี่ยนแปลงรูปร่างทีละน้อย ระยะตัวอ่อนเรียกว่า Nymph ตัวอ่อนจะมีขนาดเล็กกว่าตัวเต็มวัยแต่ยังไม่มีปีก และจะลอกคราบและเจริญเติบโตไปจนเป็นตัวเต็มวัยเมื่อมีการลอกคราบครั้งสุดท้าย การวางไข่ มีลักษณะแตกต่างกัน อาจเป็นไข่เดี่ยวหรือไข่กลุ่ม มีทั้งวางในดินและวางไข่ในพืชอาหาร


ตั๊กแตนตำข้าว
ชื่อญี่ปุ่น:
螳螂 (คามะกิริ)
ชื่อสามัญ: Preying Mantid
Kingdom: Animalia
Phylum: Arthropoda
Class: Insecta
Order: Mantodea

ตั๊กแตนตำข้าวเป็นตั๊กแตนที่มีประโยชน์ต่อการเกษตร เพราะเป็นแมลงที่กินแมลงศัตรูพืชเป็นอาหาร ขาหน้าที่มีขนาดใหญ่ของมัน ใช้ในการจับเหยื่อ ขณะทำการจับเหยื่อตั๊กแตนจะทำท่ายกขาหน้าและโยกไปมาคล้ายจะต่อยมวย ขณะทำการผสมพันธุ์ตัวเมียอาจจะจับตัวผู้กินเป็นอาหาร ชื่อเรียกว่าตั๊กแตนตำข้าว ตั๊กแตนซ้อมข้าว หรือตั๊กแตนต่อยมวย มาจากลักษณะของมันนั่นเอง แต่ฝรั่งจะมองผิดไปจากคนไทยโดยจะมองว่า มันกำลังยกมือสวดมนต์ภาวนาจึงเรียกว่า เพชรฆาตสวดมนตร์

ตั๊กแตนตำข้าว พบกระจายทั่วโลกในเขตร้อน และเขตอบอุ่นมีประมาณ 1800 สายพันธุ์ ในประเทศไทยมีการพบ ตั๊กแตนตำข้าวหลายชนิด โดยเฉพาะพันธุ์ Hierodula bipapilla Serve และ H.membranceus Burm ซึ่งมีขนาดค่อนข้างใหญ่ ขนาดหลอดกาแฟยาว 2-3 นิ้ว สีเขียวคล้ายใบไม้ ตั๊กแตนตำข้าวเป็นสัตว์ที่มีขาคู่หน้า ที่แข็งแรงแตกต่าง ไปจาก ตั๊กแตนชนิดอื่นๆ และยัง มีขอบหยักคล้ายซี่เลื่อยแหลมคมงอกขึ้นมาตาม ท้อง ขาท่อนปลายสุด และ ท่อนกลาง ไว้ช่วยตะปบเหยื่อ ไม่ให้หลุดก่อนที่จะกินโดยเฉพาะ ท่อนขาช่วงกลาง นั้นโตผิดปกติ โค้งงอคล้ายใบมีดคล้ายแขนนักเพาะกาย นอกจากนี้ส่วนหัวที่หมุนได้เกือบรอบ และมีตาทั้งคู่โปนเด่นออกมาสามารถที่จะกรอกตาได้รอบๆ เพื่อจ้อง จับเหยื่อไม่ให้คลาดสายตา ดวงตาที่จ้องมองเหยื่อคล้าย
สะกด ไม่ให้หนีรอดไปได้ ต่อมาเมื่อเข้าใกล้ระยะจู่โจม ก็จะตะปบเหยื่อด้วยขาคู่หน้า พร้อมรัดให้แน่นด้วยซี่เลื่อยท้องขา

ตั๊กแตนตำข้าว จะไม่บินรวมกันเป็นฝูง สามารถเปลี่ยนสีพรางตัวให้เข้ากับสถาพแวดล้อมที่อยู่ได้เช่นพันธุ์ Hyminopus cornatus หรือ พันธุ์ Tarachodes การพรางตัวทำให้มันดำรงชีวิตอยู่ได้อย่างปลอดภัย โดยมีศัตรูที่ร้ายกาจคือ แมงมุมกระโดด

Hercus
ด้วงกว่างใหญ่เฮอร์คิวลีส
ชื่อญี่ปุ่น:
ヘラクレスオオカブト(เฮราคลีสโอคามิโบโตะ)
ชื่อสามัญ: Hercules beetle
Kingdom: Animalia
Phylum: Arthropoda
Class: Insecta
Order: Coleoptera
Family: Scarabaeidae
Subfamily: Dynastinae
Genus: Dynastes
Species: D. hercules

ด้วงกว่างใหญ่เฮอร์คิวลีส เป็นด้วงที่มีชื่อที่สุดในบรรดาด้วงกว่าง อาศัยอยู่ในป่าฝนในแอฟริกาตอนกลางและทางตอนใต้ ตัวผู้อาจโตได้ถึง 18 เซนติเมตร (รวมความยาวเขาด้วย) เป็นด้วงในจีนัส Dynastes ที่ตัวโตที่สุด หากไม่นับรวมความยาวของเขาแล้ว ตัวเมียจะยาวกว่าตัวผู้ เขาที่ยาวและแข็งนั้นมีไว้เพื่อดึงดูดเพศตรงข้าม

ด้วงเฮอร์คิวลีสจะเป็นตัวอ่อนอยู่นาน 1-2 ปี จนกระทั่งตัวโตประมาณ 11 เซ็นติเมตรและหนักถึง 120 กรัม ตัวอ่อนจะอาศัยอยู่ท่ามกลางกองใบไม้กิ่งไม้ที่เน่าเปื่อยผุพัง ก่อนที่จะเป็นดักแด้และลอกคราบเป็นตัวเต็มวัย

ด้วงกว่างเฮอร์คิวลีสก็เหมือนด้วงกว่างชนิดอื่นๆ จะชอบกินผลไม้ที่เน่าเปื่อยเป็นอาหาร

Ketaros
ด้วงกว่างใหญ่เซ็นทอรัส
ชื่อญี่ปุ่น:
ケンタウルスオオカブト (เค็นทอรัสโอคามิโบโตะ)
ชื่อสามัญ: ไม่มี
Kingdom: Animalia
Phylum: Arthropoda
Class: Insecta
Order: Coleoptera
Family: Scarabaeidae
Subfamily: Dynastinae
Genus: Augosoma
Species: A. centourus

ด้วงกว่างใหญ่เซนทอรัสจะอาศัยอยู่ในแถบแอฟริกาตะวันตก นับเป็นด้วงขนาดใหญ่อีกชนิดหนึ่งแต่ตัวไม่โตเท่าเฮอร์คิวลีส มีขนาดตั้งแต่ 6 ถึง 9 เซ็นติเมตร

Caucasus
ด้วงกว่างใหญ่คอเคซัส
ชื่อญี่ปุ่น:
コーカサスオオカブト (คอคาซัสโอคามิโบโตะ)
ชื่อสามัญ: Atlas Beetle
Kingdom: Animalia
Phylum: Arthropoda
Class: Insecta
Order: Coleoptera
Family: Scarabaeidae
Subfamily: Dynastinae
Subfamily: Dynastini
Genus: Chalcosoma
Species: C. caucasus

มีขนาดยาว 9 ถึง 12 เซ็นติเมตร รู้จักกันในนามด้วงกว่างใหญ่แอตลาส ซึ่งความจริงเป็นคนละสปีซีส์กัน (C. Atlas) เป็นด้วงตัวใหญ่อีกชนิดหนึ่ง มีเขายาว 3 เขาซึ่งแข็งแรงและแหลมคมมาก พบได้มากในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเฉพาะมาเลเซีย ส่วนทางญี่ปุ่นจะพบชนิด C. chiron ซึ่งเขาสั้นกว่าและตัวเล็กกว่ามาก


อ้างอิง
http://agserver.kku.ac.th/
http://www.dnp.go.th/FIG/misc%5Cscorpions%5Cfaq_t.htm
http://www.dek-d.com/myBoard/view.php?id=656248
http://en.wikipedia.org/wiki/Scorpion
http://www.lib.ru.ac.th/journal/dragonfly.html
http://www.school.net.th/library/create-web/10000/science/10000-7050.html
http://en.wikipedia.org/wiki/Odonata
http://en.wikipedia.org/wiki/Hercules_beetle
http://www.naturalworlds.org/scarabaeidae/species/Augosoma_centaurus.htm
http://www.naturalworlds.org/scarabaeidae/species/Chalcosoma_caucasus.htm
http://www.agri.ubu.ac.th/information/insects/insec9.html
http://www.dnp.go.th/FOREMIC/NForemic/Insect_tip/rout/%E0%B8%95%E0%B8%B1%E0%B9%8A%E0%B8%81%E0%B9%81%E0%B8%95%E0%B8%99.htm


edit @ 2006/09/22 16:31:09

Comment

Comment:

Tweet


Globe is now international village as well as the major explanation powering these kinds of transformation is by utilizing the expansion of online and media. The online performs an important function inside of a wide variety of aspects of our existence now. Business functions by means of web became endemic, easily done and cozy. Basically the promoting within the distinctive items and expert services by world wide web is known as as online marketing. It truly is often called when i-marketing, web-marketing or online-marketing.
#6 by http://proudlawnz.com/page2.php (193.201.224.68|193.201.224.68) At 2014-09-15 19:38,
In sectors which are present at the moment, the presence of PLC is vital particularly to change the wiring or cabling solutions that formerly were actually utilized in dealing with a method. In the past, every single various digital camera managed by every single controller. Imagine 15 models need 10 remotes, even so with basically 1 / 10 PLC unit may be work with every single system.
#5 by http://ifzv2.hurekadev.info/neerajtest-0?page=280#comment-14192 (193.201.224.68|193.201.224.68) At 2014-09-15 18:51,
Likely from British to Greek can be complicated to start with, but youngsters who start out checking out the best way to discuss Greek aquiring a plan will adore long-term gains, including better language acquisition abilities likewise as an improved familiarity with Greek literature and record capabilities that can come up with a massive big difference all through the time period of children's schooling.
#4 by http://www.mag-info.ru/index.php?subaction=userinfo&user=kopetpdvmv (193.201.224.68|193.201.224.68) At 2014-09-05 19:10,
นกยูง: รอบหน้าเอา เนื้อเรื่องมาลง พร้อม บทความเชิงวิเคราะห์เลยละกัน

อ๋อ ของ ไรเดอร์คาบูโตะ นะคุณ ไม่ใช่ ด้วง ^^
รอบนี้ ที่มา รอบหน้าขอ ที่ไป
ไปเป็น ไรเดอร์!!
#3 by NO.19 At 2006-09-26 01:10,
รู้อย่างเดียว...
Heshin...Cast Off Changed Beetle
Clock Up!
one two tree...Rider Kick

จบข่าวว
#2 by Mamuchan (124.120.178.222) At 2006-09-19 22:32,
วิชากีฏวิทยาเรอะเนี่ย

A_Hawkins
View full profile