2006/Aug/03

"เนื้อก็ไม่ได้กิน หนังก็ไม่ได้รองนั่ง ยังจะเอากระดูกมาแขวนคอ"
"แกว่งเท้าหาเสี้ยน"

นี่เป็นเรื่องที่ผมเกลียดสุดในชีวิต แต่ก็ยังเจอกับมันได้บ่อยๆสิน่า
บ่อยครั้งที่ความปรารถนาดีของเรา มันไม่ได้มีความหมายอะไรกับคนอื่นมากไปกว่า สิ่งที่รบกวนชีวิตเขา
แล้วเราจะปรารถนาดีกับคนอื่นทำไม

หลายๆบทความที่ผมอ่าน คำตอบคือ อยู่ที่ความเหมาะสม เราต้องเอาใจเขามาใส่ใจเราครับ
แต่เรา ไม่ใช่เขา และไม่มีทางจะเป็นเขา ดังนั้นไอ้การทำแบบนี้น่ะง่ายกว่าเข็นครกขึ้นภูเขาอยู่นิดเดียว

"ใช้สามัญสำนึกสิ"
"คิดอะไรให้รอบคอบก่อนทำสิ"
ทำมาหมดแล้วครับ แต่ยังเกิดขึ้นบ่อยๆ ทำให้รู้สึกว่า เราก็ดำเนินชีวิตไปตามปกติจะดีกว่าไหม?
ก็ในเมื่อสามัญสำนึกที่ผมคิดหลายตลบแล้วมันก็ขัดแย้งกับคนอื่นอยู่ดี พูดอะไรหรือทำอะไรก็ผิดไปหมด

ที่ผมทำก็คือใช้ความสามารถและสิ่งที่มีอยู่ให้ทุกๆคนสนุกสนานก็เท่านั้น ไม่ใช่ครั้งนี้ แต่มันเกิดขึ้นหลายครั้งแล้ว ที่ผมต้องรับความผิดที่ผมคิด (ในใจ) ว่า "ตรงไหน"
แต่สิ่งที่ต้องทำก็คือ "ผมผิดเองครับ ขออภัยสำหรับทุกอย่าง"
แล้วมันก็ไม่ได้เป็นความผิดใครด้วย มันก็ผิดที่ตัวผมจริงๆนั่นแหละ
และสิ่งที่ตามมาก็คือ ไอ้ความรู้สึกไม่ดีนั้นถ้าเกิดขึ้นกับใครแล้วมันลบล้างไม่ได้หรอก แม้จะมีการเข้าใจกันแล้วก็ตาม

สรุปคือผมก็เป็นคนผิดในสายตาของคนๆหนึ่งหรือหลายคนไปตลอดชีวิตของเขาและผม


ทั้งหมดเป็นการระบาย ไม่ต้องอ่านก็ได้นะครับ แต่เสียใจด้วย ถ้าคุณอ่านถึงบรรทัดนี้แล้ว บรรทัดข้างบนมันต้องผ่านตาไปแล้วล่ะ
ใครที่อยู่ในเหตุการณ์ถ้าได้อ่านบล็อกผม คงหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะรู้สึกไม่ดีอีก จะต้องรู้สึกว่า ผมมาระบายให้คนอื่นฟัง
ก็ช่วยไม่ได้ครับ แต่ผมไม่ได้อ้างอิงใคร ที่ไหน หรือเหตุการณ์ใดทั้งสิ้น คงไม่มีผลเสียต่อบุคคลอื่น (ก็เป็นสามัญสำนึกผมอีก แล้วมันคงจะผิดอีกตามเคยสินะ)

และผมก็ไม่ได้โทษใครทุกคน นอกจากโทษตัวเอง ในความจริงแล้ว ผมทำผิดอะไรทุกอย่างก็ตามมาหลอกหลอนตัวเองหมดแหละ
จนในตอนนี้ผมไม่กล้าทำอะไรทั้งนั้น ความมั่นใจในตัวเองมันหดหายหมดตั้งแต่เรื่องทำนองนี้มันเกิดขึ้นเมื่อตอนผมยังเรียนไม่จบ ม.ปลาย
ยังดีที่ผมยังเรียนไม่จบ แต่ถ้าจบแล้วไปทำงาน ไม่อยากคิดว่าอะไรจะเกิดขึ้น ถ้าความหวังดีของผมมันไปผิดใจใครเข้าแล้วดันลามไปหาคนอื่นด้วย

เรื่องทั้งหมดนี้นอกจากมันทำให้ความมั่นใจในตัวเองหายไปหมดแล้ว ยังทำให้รู้สึกว่าตัวเองเกิดมาไร้ค่า ไม่มีและคงจะไม่มีประโยชน์ใดๆกับโลกนี้
จริงอยู่ผม (พยายาม) มองโลกในแง่ดีมาก สังเกตจากกลอน ตะวัน ที่ผมแต่งลงบล็อกนี้ แต่นี่มันเกินไปจริงๆ
ถ้าท่านอ่านหนังสือวิชาการ หรือมีความรู้อยู่ หรือแม้แต่ไม่มีก็ตาม ก็คงมองว่าผมเป็นโรคจิตประเภทเก็บกด ซึ่งก็คงใช่ครับ ในตอนนี้นะ

จะหวังดีทำไมในเมื่อคนมองว่าเราไม่หวังดี
จะเสนอความเห็นไปทำไมในเมื่อไม่มีใครฟัง
จะสร้างสัมพันธ์กับคนอื่นไปทำไมในเมื่อมันต้องจบลงเพราะคำพูดหรือการกระทำเพียงนิดเดียว (ที่ตัวเองคิดว่าดีแล้ว)
ฯลฯ

นั่นสิ อยู่เฉยๆ นั่งเล่นเกม ทำงานกินเงินเดือนไม่ดีกว่าหรือ? มีความสุขกว่าด้วย
ผมได้อ่าน Mythology แล้วส่วนใหญ่พบว่า คนที่หวังดีทั้งหลายนั่นแหละที่จบลงด้วยความอเนจอนาถที่สุด
โพรมีธีอุสที่เอาไฟมาให้โลก ผลที่ได้คือโลกเกิดความเจริญขึ้นมากมาย แต่ตัวเองต้องถูกล่ามโซ่กับภูเขา มีนกกินตับทุกวัน เมื่อตับงอกใหม่ก็โดนกินใหม่
เธเซอุสทำดีชั่วชีวิต แต่ตายอนาถในท้องพระโรงของกษัตริย์ที่เป็นเพื่อนของเขาเอง
กลอคุสยืนยันที่จะซื่อสัตย์ในความรักอย่างสุดชีวิตต่อซิลลา กลับได้ผลตอบแทนคือซิลลาถูกเซอร์ซีสาปเพราะความหึงหวง

ถ้ามันไม่มีมูลความจริงบ้างคงไม่มีกวีคนไหนสติเสียเขียนขึ้นมาลอยๆหรอก

ก็อีกนั่นแหละ เป็นแค่การระบาย ไม่ต้องอ่านก็ได้ แต่ถ้าท่านได้อ่านบรรทัดนี้แล้ว คงอ่านผ่านมาทั้งหมดแล้วแหละ

Comment

Comment:

Tweet


อ่า...อย่างนี้ต้องเรียกว่า"เนื้อมิได้กินมั่งหนังมิได้ปู กระดูกจะแขวนคออยู่เหมือนตัวข้า..." ถ้าเป็นงั้นนะคะ มิอุก็โรคจิตล่ะ ถึงไม่เป็นแต่ก็เป็น 55+ จน เครียด งี่เง่า
#7 by Adokhawa_Miau At 2006-10-23 11:31,
เย็นไว้ๆ
#6 by Nechigawara Sanzenin At 2006-08-17 15:51,
ลองมองอีกแง่มุมหนึ่งดูสิครับ ไอ้ที่สิ่งที่คนทั่วไปนึกว่าเป็นความดี จริงๆแล้วมันอาจจะเป็นความชั่วก็ได้นะครับ หลายๆครั้งผมยังสงสัยว่าความดีคืออะไร หน้าตาเป็นยังไง แล้วอะไรล่ะคือความดีที่แท้จริง หลายๆนคิดว่าตัวเองทำความดี ทำสิ่งที่ประเสริฐ ผมอ่านเรื่องเหล่านั้น มีอยู่หลายชั่วขณะที่ผมคิดว่าคนเหล่านั้นทำเรื่องที่ดีแล้วจริงๆรึ
อะไรคือความดีที่แท้จริง ใครทราบก้ช่วยบอกผมด้วยก็ละกัน
#5 by Teufel At 2006-08-14 15:57,
อ่านแล้วเครียด+งง
เหอะๆ หาบล็อคพี่แอนนาเจอซะที
นี่กิ๊กเองนะค่ะ Lemon-sherbet
มาเยี่ยมค่ะ
#4 by untitled At 2006-08-11 20:51,
แม้ว่าสิ่งเหล่านี้อยากจะหลีกหนีจากมันเท่าไร
มันก็เป็นสิ่งที่เราทำอะไรกับมันไม่อยู่แล้ว
นี่ละพระเจ้าจึงสร้างต้นแอปเปิ้ลพิษขึ้นมา
แม้แต่ตัวเราเอง การที่เราไปดูแลกระทำดีแค่ใด
ได้ผลดังเดิม ได้ผลชั่ว
ทำใจเหอะ นี่ละ โลก
#3 by Narica At 2006-08-05 23:21,
ท่าน
อย่าคิดมากเลยนะท่าน
ความรู้สึกแบบนี้ก็เคยผ่านมาในชีวิตข้าน้อยมาพอสมควร
สิ่งที่ข้าน้อยขอแนะนำ คือการปลง และเป็นตัวของตัวเองมากที่สุด
มนุษย์เกิดมาเพื่อสังคมก็จริง
แต่ว่าพระเจ้าก็ไม่ได้บอกว่า หากขาดสังคมแล้วคนเราจะตาย
ทำเท่าที่ทำได้ และออกห่างเมื่อจำเป็น
ถ้าจำกันได้ เรามักทูดว่า ทำดีแล้วได้ดีมีที่ไหน ทำชั่วแล้วได้ดีมีถมไป
แต่ว่าเคยคิดบ้างไหม ทำดีแล้วได้"อะไร"
ทำดีแล้วได้ความสุขไงเจ้าคะ
อย่าคิดอะไรไปมากกว่านี้เลย ถ้าเราไม่ได้สิ่งดี ๆ กลับ คิดซะว่า ปิดทองหลังพระ ก็แล้วกัน
คิดมากทุกข์มาก
หาอะไรทำดีกว่าเจ้าค่ะ เพื่อให้มีความสุข มนุษย์เกิดมา 1 ชาติก็ตาย
มีความสุขเอาไว้ดีกว่า จะได้คุ้มค่า...

ข้าน้อยขอกล่าวเพียงเท่านี้ ลาก่อนเจ้าค่ะ...
#2 by Sarenai At 2006-08-03 15:25,
ผมชื่นชมในวีรกรรมของโพรมีธีอุสครับ..เสียสละดี...แต่พวกเทพเจ้ากรีกส่วนใหญ่มักงี่เง่านะ
#1 by องศา...หน้าใส At 2006-08-03 02:52,

A_Hawkins
View full profile