Chapter 3: โยชิโกะ
โพรบกลุ่มใหญ่ มีจำนวนประมาณ 800 ตัว เหลือรอดจากการเผาไหม้ในขณะฝ่าชั้นบรรยากาศ เมื่อลงมาถึงระดับบรรยากาศล่างสุดแล้วแต่ละตัวก็กางร่มลดความเร็ว แล้วกางอาวุธที่มีลักษณะเป็นแขนติดระเบิดออกมา
เบื้องล่าง ขบวนยานประจำแปซิฟิคทะยานขึ้นสู่อวกาศ กระจายกำลังออกเตรียมรับการปะทะ บรรยากาศภายในยานแต่ละลำตึงเครียดขึ้น แต่ละคนล้วนประจำตำแหน่งของตนเอง
เสียงเจ้าหน้าที่ดังก้องในยานทุกลำ เข้าปะทะในอีก 5... 4... 3... 2... 1...
ปืนลำแสงพลาสม่าลำใหญ่น้อยยิงรัวออกมาจากช่องยิงและป้อมปืนของยานแต่ละลำเป็นแสงสีต่างๆกันตามอานุภาพของลำแสง เรียงจากสีม่วงที่อำนาจทำลายเยอะที่สุดแต่ระยะยิงค่อนข้างใกล้ ซึ่งเป็นอาวุธหลักของยานมิไรมารูซึ่งมีจำนวนน้อยแต่อานุภาพแรง ส่วนเรืออาซึมารูนั้นประกอบด้วยปืนแสงสีแดงเป็นจำนวนมาก ยิงออกมาจากลำเรือเหมือนขนเม่นทีเดียว ส่วนเรือพิฆาตก็บินวนรอบๆคอยคุ้มกันไม่ให้โพรบเข้าใกล้ยานจนถึงระยะโจมตีของมันได้
ยานพิฆาตและยานธงนั้นถือเป็นยานขนาดใหญ่ แต่เวลาหลบหลีกนั้นรวดเร็วไม่แพ้ยานสปีดเดอร์เท่าใดนัก ลูกเรือของยานพวกนี้ถ้าฝึกมาไม่ดีแล้ว ย่อมจะคายของเก่าออกได้ง่ายๆเมื่อยานเข้าสู่สนามรบ
ยิงเฉพาะโพรบที่อยู่ใกล้ๆตัวนะ แอนนาเฝ้าสังเกตการรบอยู่ที่สะพานเดินเรืออย่างใกล้ชิด
จัดการโพรบที่อยู่ไกลก่อน หลบหลีกตัวใกล้ๆให้ดี ปล่อยให้มิไรจัดการ ซ่วนสั่งการมาจากห้องอาวุธเช่นกัน
ยานมิไรมารูหมุนควงขึ้นไปอย่างรวดเร็ว ทะลวงหมู่โพรบที่อยู่กันหนาแน่น โดยใช้ปืนพลาสม่ายิงอย่างรวดเร็วจนกระทั่งเป็นเหมือนเกราะครอบยานเอาไว้ ควันหนาทึบจากการระเบิดของโพรบดูเป็นทางยาวเหมือนไอพ่น
"โอเค เยี่ยมมาก วนกลับไปจัดการอีกฝูงเลย แอนนาประกาศ
ยานมิไรมารูกลับลำเพื่อเตรียมเก็บกวาดรอบสอง เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายเตรียม
จอมอนิเตอร์บนสะพานเดินเรือปรากฏภาพเจ้าหน้าที่สาวคนหนึ่ง กัปตันแอนนาคะ กรุณาลงมาที่ห้องอาวุธด่วนเลยค่ะ
ขอโทษทีแต่ตอนนี้เรารบอยู่นะ แอนนาเคืองเล็กน้อย ฉันไปจากสะพานไม่ได้ ถ้าไว้คุยกันที่หลั...
มีเรื่องด่วนมากๆค่ะ คิดว่ากัปตันควรทราบเดี๋ยวนี้ เธอพูดเสียงเฉียบขาด จนทำให้แอนนาถึงกับสะดุ้ง สับสนว่าใครเป็นผู้บัญชาการกันแน่
อะ เอ่อ จะไปเดี๋ยวนี้ล่ะ รองกัปตันเฝ้าแทนที
ขอรับ รองกัปตันเข้ามารับหน้าที่แทน
ในห้องอาวุธที่เต็มไปด้วยอุปกรณ์อิเล็คโทรนิคส์มากมาย แอนนาเดินอย่างหัวเสียเข้าประตูมา นี่มันทำให้สายบังคับบัญชาเสียชัดๆ แต่ก็นั่นแหละ เรือเอกซาซากิ โยชิโกะ ก็เป็นหัวหน้าห้องอาวุธที่เยี่ยมยอดที่สุดเท่าที่เคยมีมาในสำนักป้องกันสากล หญิงสาวผมสีชมพูคนนี้เมื่อจบจากมหาวิทยาลัยมาโฮระในสาขานาโนเทคโนโลยีแล้ว แทนที่เธอจะทำงานวิจัยต่อแบบนักวิทยาศาสตร์ทั่วๆไป กลับสมัครเข้ากองกำลังป้องกันตนเอง และพิสูจน์ว่าผู้หญิงก็ทำงานห้องอาวุธได้ไม่แพ้ผู้ชาย ในการรบแต่ละครั้งเธอใช้กลยุทธ์ไม่เหมือนกันเลย และไม่มีครั้งใดที่พ่ายแพ้ แม้แต่สูญเสียกองกำลัง เธอจะมีท่าทีสงบนิ่งไม่ว่าในสถานการณ์ใด
แต่ในขณะนี้ดูเหมือนมีเหงื่อเม็ดโตๆผุดขึ้นมาในใบหน้าสีชมพูระเรื่อของเธอ
กัปตันคะ โยชิโกะวันทยหัตถ์และพูดต่อทันทีอย่างเบาๆ เพิ่งมีรายงานฉบับใหม่มาค่ะ เกี่ยวกับโพรบที่พัฒนาแล้ว
แอนนารับเอกสารที่มีสูตรต่างๆมากมายไปดูอย่างผ่านๆ ช่วยอธิบายย่อๆหน่อยได้ไหม
พิโคเซลล์ โยชิโกะกล่าว พร้อมกับเอานิ้วจิ้มที่จอที่อยู่ใกล้ที่สุด เป็นภาพของโพรบลำหนึ่ง โพรบรุ่นใหม่สามารถแตกตัวเป็นตัวเล็กๆเมื่อโดนยิง
เธอจิ้มๆลากๆบนจอ ภาพเปลี่ยนเป็นรูปจำลองการโดนโจมตีของโพรบฝูงหนึ่ง เมื่อโดนเลเซอร์พลาสม่าเข้าปะทะ มันสลายตัวกลายเป็นควัน ส่วนหนึ่งระเหยเมื่อโดนอุณหภูมิสูงของพลาสม่า แต่ส่วนที่เหลือก็ประกอบเข้ากันเป็นโพรบตัวใหม่ที่หน้าตาประหลาด แต่ยังคงมีอานุภาพร้ายแรงเหมือนเดิม
เราต้องปรับแผนรับมือใหม่แล้วค่ะ โยชิโกะสรุป
แย่ล่ะ แอนนาพุ่งไปหาจออีกจอหนึ่งแล้วเรียกภาพท้ายยานขึ้นมาทันที สิ่งที่เห็นเป็นไปตามที่คาด กลุ่มควันเริ่มก่อตัวเป็นรูปร่างประหลาดๆหลายๆก้อน พุ่งเข้ามาหาทางท้ายยานซึ่งลำแสงพลาสม่าบางที่สุดเพราะเป็นบริเวณที่ติดตั้งเครื่องเจ็ทฉุกเฉิน
เร่งความเร็วเต็มพิกัดเลย แอนนาหันมาบอกเจ้าหน้าที่ควบคุม เปิดอาฟเตอร์เบิร์นเนอร์ทั้งหมด เปิดเจ็ทฉุกเฉิน
เจ้าหน้าที่รับคำสั่งด้วยความประหลาดใจ เพราะการเปิดอาฟเตอร์เบิร์นเนอร์และเจ็ทฉุกเฉินพร้อมกันไม่เคยทำมาก่อน และกินปริมาณเชื้อเพลิงอย่างมากด้วย และนิสัยของแอนนาก็ไม่ชอบผลาญเชื้อเพลิงไปโดยเปล่าประโยชน์
ฉันควบคุมยานเองค่ะ โยชิโกะตรงไปยังคอนโซลควบคุมยานด้วยมือ เจ้าหน้าที่ที่นั่งอยู่หลีกทางให้ ลูกเรือทั้งห้องอาวุธเริ่มหาเข็มขัดมารัด เพราะว่าโยชิโกะเพิ่งจะได้รับเหรียญทองบินผาดโผนในการแข่งขันชิงแชมป์โลกของกองทัพต่างๆเมื่อปีที่แล้ว
ยานมิไรมารูบินควงออกห่างจากกลุ่มโพรบที่เพิ่งก่อตัว แต่มันก็เร่งความเร็วไล่ตามมา ลำแสงพลาสม่าทั้งหมดถูกตั้งลำให้ยิงไปทางท้ายยาน
กองยานแปซิฟิคแตกขบวนหนีโพรบที่จัดการไม่ได้นี้ไปยังทิศทางต่างๆ
ปล่อยวัสดุเหลือใช้ได้ค่ะ โยชิโกะตะโกนข้ามห้อง คำว่าวัสดุเหลือใช้ในที่นี้คือขยะเศษเหล็กทั้งหลายที่หลงเหลือจากการประกอบอาวุธบนยาน ลูกเรือคนหนึ่งกดปุ่มแล้วเศษเหล็กชิ้นใหญ่ๆก็ถูกทิ้งลงมา โพรบที่ไวต่อการเกาะติด ก็เอาแขนของพวกมันติดระเบิดทันที ระเบิดอานุภาพร้ายแรงหลายลูก ต่างระเบิดออกมาเป็นคลื่นพลังรูปวงแหวน
เรียบร้อย เธอพูดอย่างมีชัย
ทันใดนั้นมีเสียงระเบิดทึบๆหนึ่งทีจากท้ายยาน เจ้าหน้าที่ควบคุมเรียกจอแสดงตำแหน่งเสียงนี้ขึ้นมาทันที ภาพที่เห็นคือโพรบตัวหนึ่งที่ร่วงหล่นออกไป โดยที่ไม่มีแขนของมันติดอยู่
แอนนาและโยชิโกะหน้าซีด ทุกคนเตรียมหาที่ยึดเอาไว้!!! พูดจบหลายๆคนก็หมอบลงพร้อมๆกัน
เสียงทุกอย่างเงียบลงเหมือนถูกดูดออกไปชั่วขณะ แล้วตามมาด้วยเสียงคลื่นกระแทกตูมใหญ่ ทุกคนถูกเหวี่ยงไปติดผนัง
ยานมิไรมารูหายไปครึ่งลำ
เจ้าหน้าที่คนอื่นๆสลบเหมือด โยชิโกะยังถือคันบังคับยานอยู่ แอนนาลุกขึ้นมาจากพื้นพร้อมกับหน้าที่มีเลือดอาบ เพราะหัวไปกระแทกคอนโซลเข้า
เธอคิดว่าจะเอายานลงจอดได้มั้ย แอนนาเกาะไหล่โยชิโกะพยุงตัวเองไว้
ไม่ต้องห่วงค่ะ ยังเหลืออีกตั้งครึ่งลำ โยชิโกะตอบ แต่เธอก็ตอบไปอย่างนั้นเอง เพราะรู้ดีว่าถึงเอาลงจอดในน้ำได้ ก็ไม่แน่ว่าจะจมหรือเปล่า ถึงแม้ตัวยานจะประกอบได้ด้วยฝากั้นผนึกน้ำหลายส่วน แต่ยานนี้ไม่ได้ออกแบบให้ปฏิบัติการบนผิวน้ำ
โยชิโกะเอารูปๆหนึ่งออกจากกระเป๋าเสื้อ มาเสียบไว้ที่ขอบแผงแอลซีดี เป็นรูปของสาวน้อยผมสีชมพูในชุดยิมนาสติกสีขาว ในมือของเธอถือริบบิ้นสีแดง
ในขณะนั้น เมื่อไม่รู้จะมีชีวิตรอดหรือเปล่า ความเหินห่างที่กั้นด้วยตำแหน่งหน้าที่ก็ห่างหาย โยชิโกะพูดกับแอนนาในขณะที่สายตายังจ้องอยู่ที่หน้าจอ และเหลือบมองรูปถ่ายบ้างเล็กน้อย
นี่ แอนนี่ ฉันเคยให้ดูรูปน้องสาวฉันหรือเปล่านะ
เพิ่งเคยเห็นครั้งนี้นี่แหละ แล้วบนเรือนี้ฉันเคยคุยกับเธอเสียที่ไหน
ไว้เสร็จงานแล้วฉันจะพาเธอไปเที่ยวรอบโลกล่ะ จะไปด้วยไหมล่ะ น้องฉันคุยสนุกนะ รับรองว่าเธอต้องหลงรักแน่เลย
นี่ เห็นฉันเป็นพวกวายหรือไงยะ แอนนาค้อนนิดๆ
ทั้งสองหัวเราะพร้อมกัน แล้วสักพักหนึ่งเสียงหัวเราะก็เงียบหาย ความกังวลและความกลัวเข้ามาแทนที่
แอนนาเข้านั่งประจำที่ แล้วเรียกแผนที่จีพีเอสขึ้นมาดู ระหว่างรอสัญญาณ ทั้งสองหันมาสบตากัน
เราต้องรอด เชื่อสิ โยชิโกะพูดด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล เต็มไปด้วยความหวัง
ยานลดระดับลงอย่างรวดเร็ว และในชั่วขณะนั้น สิ่งหนึ่งปรากฏบนจอมอนิเตอร์
มันคือเกาะ
ซาซากิ มากิเอะ เข็นรถเข็นของอาโกะไปตามทางริมทะเลสาบมาโฮระ หลังจากอิซึมิ อาโกะ อยู่ในห้องพยาบาลเสียนาน มากิเอะก็อยากให้เพื่อนเธอได้สูดอากาศบริสุทธิ์บ้าง ทั้งสองคุยเล่นกันอย่างสนุกสนาน
หา เธอมีพี่สาวด้วยเหรอ อาโกะถามด้วยความประหลาดใจ
มีสิ แต่ไม่ได้ติดต่อกันมานานแล้วล่ะจ้ะ มากิเอะเหม่อมองท้องฟ้าด้วยความคิดถึงพี่สาว
อาโกะหันไปมองมากิเอะ แล้วตอนนี้พี่เธออยู่ที่ไหนเหรอ
ไม่รู้สิ หลังจากจบแล้วเขาก็ไปประจำการกองกำลังป้องกันตนเองน่ะ เห็นว่าได้ออกรบหลายครั้งมาก พี่ฉันกล้าหาญมากเลยล่ะ บินก็เก่งด้วย ได้ข่าวว่าตอนนี้ไปประจำอยู่สำนัก... เอ๊ะนั่นอะไรน่ะ
มากิเอะชี้ไปยังกลุ่มควันเป็นทางยาวที่อยู่บนท้องฟ้า
แอนนากดปุ่มเรียกแผนที่ GPS ขึ้นมาดู มีเกาะขนาดใหญ่อยู่ทางซ้ายแน่ะ
โยชิโกะหัวเราะออกมา เมื่อเธอเหลือบเห็นชื่อเกาะในแผนที่
หัวเราะทำไมหรือ โยจัง
ดูเหมือนฉันจะได้เจอน้องสาวตอนนี้ล่ะ