2005/Nov/13

Chapter 5 สูญเสีย

ห้องโถงใหญ่ภายในโดมรูปหัวหอมของหอสมุด เป็นพื้นวงกลมขนาดใหญ่ทำจากหินอ่อนขัดเงาอย่างดี ซึ่งบัดนี้ก็ยังเงาอยู่ด้วยแรงขัดจากเท้าของคนที่มาใช้บริการห้องสมุด ที่เดินย่ำไปย่ำมาอยู่ทุกวัน ตรงกลางเป็นสระน้ำ มีน้ำพุอยู่ริมขอบ รายรอบไปด้วยชั้นวางหนังสือที่จัดเรียงเป็นวงกลมรอบลานอันกว้างใหญ่นี้ เรียงตามรัศมีเป็นชั้นๆเหมือนอัฒจันทน์ชมกีฬา เนื่องจากเป็นที่จัดวางหนังสือที่นำเข้าห้องสมุดใหม่ๆ ดังนั้นบริเวณโดมนี้จึงดูสะอาดหมดจดและมีการตกแต่งให้สวยงามอยู่เสมอ ในตอนกลางวัน แสงที่ลอดจากรูขนาดใหญ่บนโดมส่องลงมาเป็นลำ สาดต้องน้ำพุแล้วหักเห มาเริงระบำอยู่ที่พื้นล่าง แต่ในตอนกลางคืนจะมีเพียงแสงจันทร์สะท้อนกับผิวน้ำที่นิ่งสนิทให้ความสว่างสลัวๆ กับห้องโถงนี้ แต่ถ้าเป็นคืนในงานสัปดาห์ห้องสมุดหรืองานเทศกาลโรงเรียน จะมีการเปิดสปอตไลท์สว่างจ้าหลากสีสัน และน้ำพุก็สว่างไสวยิ่งกว่าตอนกลางวัน

ในคืนนี้ไม่ใช่งานสัปดาห์ห้องสมุด ไม่ใช่คืนงานเทศกาลโรงเรียน หัวฉีดน้ำนิ่งสนิทเพราะไม่มีใครเปิดสวิทซ์ แต่แสงหลากสีสันก็ส่องประกายต้องผืนน้ำ แสงนั้นไม่ใช่สปอตไลท์ แต่เป็นแสงเรืองรองออกมาจากพื้นหิน แสงนั้นเริงระบำ ไม่ใช่เพราะหักเหผ่านสายน้ำแต่เป็นการเปลี่ยนที่ของแหล่งกำเนิดแสง ซึ่งดูเหมือนจะหมุนและกระพริบเป็นจังหวะไปรอบๆ ตามชั้นหนังสือซึ่งในตอนกลางคืนไม่มีคน กลับมีร่างสูงใหญ่หลายร่างยืนถืออาวุธขนาดใหญ่อยู่ในมือทั้งสองข้าง ยิ่งสนิทราวกับรูปปั้นตกแต่ง แต่ต่างกันที่ว่า รูปปั้นจะไม่เอาปืนยิงใครที่บุกรุกเข้ามา

กลางผืนน้ำมีร่างๆหนึ่งยืนชูมือทั้งสองข้างขึ้นสู่ท้องฟ้า ร่างของมันแช่อยู่ในน้ำถึงระดับเอว เสียงพึมพำเหมือนท่องมนตร์ดังมาจากร่างนั้น แต่ไม่มีใครเห็นปากของมันขยับ

แสงสีรุ้งเลื่อมพรายหมุนไปรอบๆ เมื่อดูจากข้างบนแล้วจะเห็นเป็นวงกลมสองวงซ้อนกัน ระหว่างวงกลมทั้งสองมีอักษรยึกยือเหมือนไส้เดือนขยับเคลื่อนที่อยู่ ถ้าเขียนภาพนี้ในกระดาษ คงเป็นสัญลักษณ์ที่น่าเกลียด แต่ไม่น่ากลัวเอาเสียเลย แต่ด้วยแสงที่ส่องประกายแทนน้ำหมึกนั้น ทำให้สัญลักษณ์บนพื้นดูมีอำนาจและน่าเกรงขามยิ่งนัก

ทันใดนั้น เสียงกระจกโอคูลัสข้างบนแตกกระจายเหนือศีรษะของมัน แล้วร่างของชายผอมสูงใส่แว่นซึ่งในมือถือดาบแสงสีเขียว ก็กระโดดลงมาแตะบนผิวน้ำโดยที่น้ำไม่กระเด็นสักหยด ปลายดาบจี้มาที่คอของร่างๆนั้นทันที พร้อมๆกับที่ยามรักษาการณ์ไทราเนียนซึ่งยืนอยู่โดยรอบเล็งปืนมาหาเขา

แต่เขาไม่สะทกสะท้านใดๆ เพราะคงไม่มีใครกล้ายิงคนที่เอาดาบจ่อคอหัวหน้าอยู่

การรุกรานของแกจบลงแค่นี้ล่ะ แล้วฉันก็จะทำให้แน่ใจว่าแกจะไม่ได้พลังใดๆกลับไปเลยแม้แต่เวทย์จุดไฟแช็ก

ร่างที่ยืนแช่อยู่ในน้ำลดมือทั้งสองข้างของมันลงซึ่งทำให้แสงที่เคลื่อนไหวบนพื้นดับไป และตอบกลับอย่างไม่สะทกสะท้าน ฉลาดดีนี่ เจ้ามนุษย์ เจ้าอ่านแผนของข้าออก เจ้าคิดว่าถ้าฆ่าข้าได้คงจะทำลายเขตผนึกเวทย์เอ็กซ์เทนโซตริคุสได้สินะ

ก็แล้วไม่ใช่งั้นรึ?

ข้านับถือความสามารถเจ้า และขอบอกเลยว่าเจ้าคิดถูก หัวหน้าพวกต่างดาวยอมรับอย่างน่าแปลกใจ เจ้าคิดถูกที่ว่าถ้าทำลายข้าเสียแล้ว จะไม่มีใครร่ายมนตร์ผนึก แต่เจ้าคิดผิดที่ว่าจะฆ่าข้าผู้นี้ ผู้ที่มีนามว่าเคานท์ดรากูนนี้ได้!!

ระหว่างที่พูดมันส่งสัญญาณให้ลูกน้องลดปืนลง มันต้องการจะสู้กับทาคาฮาตะด้วยเกียรติของนักรบ ซึ่งมีเช่นนี้ทั้งนั้นไม่ว่าชาติไหน หรือดาวดวงไหน

ทาคาฮาตะสะบัดดาบแสงของเขาเข้าโจมตีทันที แต่ดรากูนซึ่งตอนนี้ได้เลื่อนยศเป็นเคานท์แล้วกระโดดลอยตัวขึ้นสูงกลางอากาศ ท่อนโลหะสองท่อนที่แขวนอยู่ที่เอวปลิวเข้าหามือทั้งสองของมันแล้วต่างก็ปล่อยแสงออกมาเป็นใบดาบสีแดง

ทาคาฮาตะกระโดดหมุนตัวขึ้นไปประดาบกับมันกลางอากาศ แสงวูบวาบการดาบแสงสามเล่มที่ปะทะกัน ส่องแสงหยอกล้อกับแสงจันทร์ที่ส่องกระทบผิวน้ำเบื้องล่าง ทหารยามจ้องมองร่างสองร่างที่ลอยไปมาเหนือผิวน้ำแล้วก็เวียนหัว แต่ก็ยังจับจ้องอยู่ด้วยว่าไม่เคยเห็นการต่อสู้ประชิดตัวนานแสนนานแล้ว ตั้งแต่ที่ดาวของมันมีอาวุธที่ยิงออกมาได้ พวกมันต่างตื่นเต้นจนลืมหน้าที่ของยาม ที่ต้องเฝ้าสังเกตสิ่งใดก็ตามที่เคลื่อนไหวได้ และมันก็ไม่ได้สังเกตว่าบางสิ่งเคลื่อนไหวอยู่ข้างหลังพวกมัน หลังชั้นวางหนังสือ

แล้วพวกมันก็หายเข้าเงามืดของชั้นหนังสือทีละตัว

สระน้ำขนาดใหญ่ภายในโรงอาบน้ำลมโชย พวกนักเรียนต่างก็แย่งกันคุยกับเนกิ เซ็ตจัง โคโนกะ และโนโดกะ ถามคำถามต่างๆสารพัด เช่นว่าเนกิเป็นนักเวทย์จริงๆหรือ (ก็เห็นกันจะจะมาตั้งแต่งานโรงเรียนแล้วไม่น่าถาม) สอนเวทย์ให้พวกเธอได้บ้างไหม เหล่านี้เป็นต้น ส่วนเนกิก็ไม่รู้จะปฏิเสธอย่างไร ทั้งไม่ได้ยอมรับด้วย เพราะกลัวถูกสาปให้เป็นโอโคโช

ซาโตมิและเจ้าไม่ได้ฮือฮาไปกับนักเรียนเหล่านี้ รวมทั้งคู่หูของเนกิหลายๆคน เช่น อาซึนะ หรือคาซึมิ เป็นต้น ระหว่างที่นักเรียนคนอื่นร่าเริงกันอยู่นั้น ซาโตมิเป็นอาซึนะยืนอยู่คนเดียวเงียบๆอยู่หน้าห้องแต่งตัวห้องหนึ่ง จึงเดินเข้ามาคุยกับเธอ

นี่ อาซึนะจ๊ะ ซาโตมิทัก

อ้าว ดอกเตอร์ มีอะไรหรือคะ?

เอ้อ คือ อยากจะขอยืมดู เอ่อ

ยืมอะไรหรือ บอกมาเลยจ้ะ อาซึนะยิ้มให้อย่างเป็นกันเอง

...อาติแฟกต์ของเธอหน่อยสิ

หา? อาซึนะงงเล็กน้อย แต่ก็นึกขึ้นได้ว่าซาโตมิน่าจะรู้เรื่องนี้หมดแล้ว หมายถึงการปัคติโอ้ใช้ไหม?

ใช่จ้ะ ฉันมาคิดดูแล้ว ถ้าเนกิต้องสู้กับพวกนั้นเข้าอีก คงจะห้ามเธอช่วยไม่ได้สินะ ซาโตมิบอกความคิดของเธอออกมา ฉันคิดว่าถ้าดัดแปลงอาติแฟกต์ของเธอสักหน่อยอาจช่วยให้สู้กับพวกนั้นได้ง่ายขึ้นนะ เพราะพวกนั้นไม่ได้ประกอบขึ้นด้วยเวทย์มนตร์ พัดหรือดาบของเธออาจสู้ไม่ได้ก็เป็นได้

อาซึนะลังเลอยู่พักหนึ่ง แล้วเธอก็หยิบเอาการ์ดของเธอขึ้นมา ฉันเชื่อใจเธอนะด๊อกเตอร์ เอาให้เจ๋งไปเลยนะ

รับรองได้เลยจ้า ซาโตมิเดินเข้าไปในห้องแต่งตัวอีกห้องซึ่งเธอได้ให้เจ้าหน้าที่ขนเอาเครื่องมือทั้งหลายแหล่จากศูนย์วิจัยมาด้วย เข้ามาดูด้วยก็ได้นะ

อาซึนะเดินตามเข้าไปในห้อง เอ บางทีเธอน่าจะดัดแปลงอาวุธของคุณเซ็ตสึนะด้วยนะ

ซาโตมิหันกลับมา แล้วชะโงกหน้าออกไปมองเหล่านักเรียนที่สระว่ายน้ำ เซ็ตจังพยายามพาโคโนกะออกจากวงล้อม แต่ไม่สำเร็จ

ฉันว่ารอสักพักก่อนก็ได้นะ ดูเหมือนคุณเซ็ตสึนะจะไม่ว่าง ซาโตมิพูดก่อนที่จะปิดประตูห้อง

ทาคาฮาตะกระโดดหมุนเป็นควงสว่าน ซัดดาบอย่างไม่ยั้งเข้าใส่เคานท์ดรากูน ฝ่ายเคานท์ดรากูนเองก็ไม่ได้เป็นฝ่ายรับแต่อย่างเดียว ดาบคู่ของมันกวัดแกว่งอย่างไร้รูปแบบ จู่โจมเข้าสู่ช่องว่างที่คิดว่าทาคาฮาตะจะมี แต่ทาคาฮาตะก็ไม่เปิดช่องให้ เพราะนั่นหมายถึงความตายแน่นอน

น้ำในสระกระจายออกเป็นฝอยๆระหว่างที่ทั้งสองผลัดกันรับและรุกอยู่เหนือสระ แม้ว่าทั้งสองจะไม่ได้สัมผัสกับผิวน้ำเลยก็ตาม แต่พลังอันมหาศาลที่เกิดจากการปะทะกันของดาบส่งผลให้น้ำแตกกระจาย บางจุดถึงกับเดือดกลายเป็นไอราวกับโดนจับใส่เตาไมโครเวฟ

เคานท์ดรากูนยิ่งสู้ยิ่งรู้สึกเมามัน เนื่องจากบนดาวของมันยากนักที่จะหาคู่มือที่ทัดเทียมอย่างนี้ได้ พวกลูกน้องย่อมไม่มีใครกล้าต่อกร และพวกดาร์ธตัวอื่นๆก็ไม่ว่างพอที่จะมาสู้กับมัน อันที่จริงแล้วมันไม่ได้สู้กับใครเลยแม้จะมีผู้ใดมาท้าก็ตาม เพราะมันรู้สึกว่าตัวอื่นด้อยฝีมือกว่า ไร้ประโยชน์ที่จะปะทะ ยกเว้นอยู่เพียงตัวเดียว

การปะทะรุนแรงขึ้นทุกขณะ น้ำในสระกระฉอกออกโดยรอบเหมือนมีใบพัดมาปั่นให้หมุนเป็นไต้ฝุ่น แสงสีแดงและเขียว และแสงวาบจากการประดาบส่องสะท้อนผ่านเลนส์น้ำมาให้เห็นเป็นริ้วๆ พวกลูกน้องของดรากูนตื่นเต้นมาก และโง่มากพอที่จะไม่สังเกตว่าเพื่อนมันหายไปทีละตัว และต่อมาก็หายไปจนหมดเกลี้ยง ลงไปนอนแน่นิ่งหลังชั้นวางหนังสือ

ภายในวงหมุนของน้ำ ทาคาฮาตะรู้สึกถึงพลังอันหนักหน่วงกดดันเข้ามาเรื่อยๆ เขาเริ่มเหนื่อยล้าจากการเอาดาบเดียวปะทะกับสองดาบ เมื่อเขาเคลื่อนไหวช้าลงและเปิดช่องเพียงนิดเดียวให้กับดรากูน มันก็พุ่งดาบของมันเข้ากลางแสกหน้า

ทาคาฮาตะหงายตัวหลบได้ทัน แต่ดาบแสงก็ยังเฉี่ยวหน้าผากเขาและทิ้งรอยไหม้เป็นแนวยาว เขาหมุนตัวกลับทันทีและเสยเท้าเข้าที่ปลายคางดรากูน และหมุนตัวอีกที ดาบในมือของเขาตัดดาบข้างหนึ่งของดรากูนออกเป็น 2 ท่อน แต่ด้วยแรงหมุนที่เบรคไม่อยู่ ทั้งสองหงายหลังพุ่งออกจากวงม่านน้ำโดยรอบ น้ำที่หมดพลังกระตุ้นทิ้งตัวลงเหมือนน้ำตก สาดกระเด็นเปียกไปทั่วบริเวณ

ทาคาฮาตะ รับ เสียงตะโกนจากชั้นวางหนังสือ เป็นเสียงของนิตตะ พร้อมๆกันนั้นก็มีท่อนโลหะลอยไปหา

เขาจะกระโดดรับ แต่ช้าเกินไป มือข้างที่ว่างของดรากูนเอื้อมเกือบถึงดาบของนิตตะก่อน

ขณะที่มันกำลังจะคว้าได้นั้น ทาคาฮาตะใช้พลังทำให้ท่อนโลหะด้ามดาบนั้นหมุนติ้ว ก่อนที่จะใช้พลังเปิดสวิทซ์ดาบทันที

มือของดรากูนถูกตัดขาดกระเด็นออกจากแขน

ทาคาฮาตะพุ่งเข้าหาเคานท์ดรากูน และเปิดดาบแสงเพียงเสี้ยววินาที ก่อนที่เท้าของเขาจะแตะพื้นอย่างสง่างาม

ร่างของเคานท์ดรากูนขาดออกเป็นสองซีก ร่วงหล่นลงน้ำที่ดูเหมือนพร้อมจะดูดกลืนร่างของมันลงไป

ขณะเดียวกัน ที่ข้างนอกอาคารหอพักนักเรียน กองทัพไทราเนียนจำนวนมหาศาลเคลื่อนตัวผ่านไป มุ่งหน้าสู่ห้องอาบน้ำลมโชย

คุณครูเนกิคะ โนโดกะเปิดหนังสือ Diarium Ejus ของเธอแล้วส่งให้เนกิดู

มันมุ่งหน้าไปไหนหรือครับ เนกิถาม และปรารถนาว่าอย่าได้ยินคำตอบว่ามาทางนี้อีกเลย แต่เขาก็ต้องผิดหวัง ไม่ใช่เพราะโนโดกะพูดว่า มาทางนี้ เธอไม่ได้พูดอะไร แต่คำตอบที่ได้ซึ่งทำให้เขาผิดหวังนั้น มาจากเสียงสนั่นหวั่นไหวแว่วๆมาจากข้างนอก

ซาโตมิเพิ่งจะทำการดัดแปลงปัคติโอการ์ดของเซ็ตสึนะเสร็จ เธอปาดเหงื่อและลุกขึ้นจากโต๊ะตัวเล็กๆที่วางอุปกรณ์ต่างๆไว้เต็ม เสร็จแล้วจ้ะ

เธอยื่นการ์ดให้เซ็ตสึนะ ซึ่งมีโคโนกะเกาะไหล่อยู่เหมือนกับที่ซาโยะเกาะคาซึมิ เซ็ตสึนะขอบคุณแล้วพลิกการ์ดไปมา ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมซึ่งนับว่าน่ายินดี มือระดับด็อกเตอร์ก็ต้องทำได้เนี้ยบอยู่แล้ว ในตอนนี้การ์ดอาวุธของอาซึนะและเซ็ตจังก็ถูกดัดแปลงเรียบร้อยพร้อมที่จะทดสอบ

ทั้งคู่ถอยออกมากลางห้องแต่งตัวนั้น โคโนกะและซาโตมิถอยออกไปอยู่ริมห้อง มีท่าทีลุ้นมากกว่าเจ้าของการ์ดเสียอีก

อาดิอาท!! ทั้งคู่พูดพร้อมกัน

ภายนอกห้องแต่งตัว ริมสระน้ำ เนกิยืนอยู่คนเดียว โดยมีโนโดกะยืนอยู่ห่างๆ เนกิมีท่าทางใช้ความคิดขนาดหนัก และโนโดกะก็ยืนมองเนกิด้วยสายตาเป็นกังวล

เสียงเหมือนเครื่องบินไอพ่นบินผ่านมา ทำเอาเนกิ โนโดกะ และคนอื่นๆที่นั่งคุยกันอยู่ริมสระอีกด้านผวาและตั้งท่าเตรียมพร้อมโดยอัตโนมัติ มีร่างสองร่างก้าวผ่านประตูหน้าเข้ามา

ร่างหนึ่งค่อนข้างสูง ที่หูสองข้างมีเสาอากาศอยู่ และอีกร่างหนึ่งตัวเล็กเหมือนเด็ก

เอวาเจลีนกับชาช่ามารุนั่นเอง

เนกิแทบจะร้องออกมาด้วยความดีใจ เขาวิ่งไปหา คุณเอาวา คุณชาช่ามารุ หายดีแล้วหรือครับ

เป็นปกติทุกอย่างแล้วล่ะ เอวาบอก ว่าแต่นายเถอะ ตั้งใจจะรับมือกับกองทัพเอเลี่ยนนี้ยังไง

เนกิคิดหนักอีกรอบเมื่อได้รับคำยืนยันว่าสิ่งที่เขากลัวนั้นเป็นความจริง คือ

อ้อ มีข้อความมาจากอาจารย์ทาคาฮาตะฝากถึงครูเนกิค่ะ ชาช่ามารุพูดขึ้น แล้วเปิดเสียงที่ได้บันทึกไว้

เสียงจากลำโพงบนแขนชาช่ามารุ เป็นเสียงของทาคาฮาตะ โดยมีเสียงปืนและระเบิดเป็นฉากหลัง เนกิคุง ขอโทษนะที่ฉันยังไปช่วยเธอไม่ได้ตอนนี้นะ เพราะเกิดเรื่องขึ้นทางนี้แล้วล่ะ แต่ไม่ต้องห่วงทางนี้หรอกนะ ให้เธอปกป้องนักเรียนของเธอให้เต็มที่ ฉันทำลายเขตผนึกเวทย์ของมันได้แล้ว เธอใช้เวทย์มนตร์ได้เต็มที่เลย ไม่ต้องกลัวว่าจะถูกสาปเป็นโอโคโชด้วย แล้วก็......

ข้อความสิ้นสุดแค่นี้ค่ะ ชาช่ามารุกล่าว

มีความรู้สึกสองอย่างอยู่ในตัวเนกิตอนนี้ คือความยินดีที่ว่าสามารถใช้เวทย์มนตร์ได้เต็มที่ กับความกังวลเพราะเป็นห่วงอาจารย์ทาคาฮาตะกับคนอื่นๆที่สู้อยู่ทางฝั่งโน้น และเป็นห่วงนักเรียนของเขา

เสียงเดินทัพใกล้เข้ามาทุกขณะ เนกิกระชับไม้เท้าเวทย์มั่น และสีหน้าของเขาก็มุ่งมั่นพอๆกับท่าทาง เขาหันไปหาเอวา

ฉันยินดีช่วยเต็มที่ เจ้าหนู เอวาพูดขึ้นเหมือนรู้ว่าเนกิจะพูดอะไร คราวที่แล้วฉันพลาดเพราะเสียสมาธินิดหน่อย คราวนี้ไม่ใช่แน่

ฉันก็เช่นกันค่ะ ครูเนกิ ชาช่ามารุก้าวมายืนข้างๆเอวาที่ยืนกอดอกอยู่ ริมฝีปากของเอวามีรอยยิ้มที่ไม่ใช่รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ นับว่าน้อยครั้งนักที่จะพบรอยยิ้มเช่นนี้บนใบหน้าของแวมไพร์ และรอยยิ้มนี้ก็ปรากฏอยู่บนใบหน้าของชาช่ามารุด้วย

คุณครูคะ โนโดกะเดินเข้ามาหาเนกิในที่สุด แววตามุ่งมั่นเท่าๆกับเนกิ และเมื่อเห็นประกายตาเธอแล้วเนกิจึงไม่ต้องถาม

ในชั่วขณะนั้น เนกิก็รู้สึกถึงความรักที่นักเรียนของเขามีให้ ด้วยว่านักเรียนทุกคนต่างก็ก้าวเข้ามาหาเขาด้วยแววตาอย่างเดียวกับโนโดกะ

พวกเราเหล่า 3-A มีสุขร่วมเสพ มีทุกข์ร่วมต้านค่ะ คุณครู หัวหน้าชั้นเข้ามากุมมือเนกิเอาไว้แน่น แล้วก็มีเสียงเชียร์และเสียงแสดงความไม่พอใจบ้าง จากนักเรียนคนอื่นๆ

เชื่อมือพวกเราเถอะ เนกิคุง

ใช่ๆ เราพร้อมเสมอจ้า

อั๊วจะเตะพวกเอเลี่ยงให้กระเด็งเลยน่อ

ไว้ใจพวกเราเถิดนะเจ้าคะ

เนกิรู้สึกตื้นตัน ขอบคุณครับ ทุกคน แต่...

ไม่ต้องมีแต่เลยนะ เนกิ เสียงอาซึนะดังขึ้น เธอ ซาโตมิ เซ็ตสึนะ และโคโนกะเดินออกมาจากห้องตั้งแต่เมื่อกี๊นี้ ฉันบอกแล้วไม่ใช่เหรอว่าพร้อมเสมอที่จะช่วยนายน่ะ

เนกิน้ำตาไหลด้วยความซึ้งใจ

เขาและนักเรียนของเขาพร้อมแล้วที่จะปะทะกับกองทัพไทราเนียนนับพัน

ทางด้านทาคาฮาตะและครูคนอื่นๆที่เป็นอัศวิน ทัพไทราเนียนประมาณ 2000 ตัวเคลื่อนกำลังเข้าปะทะซึ่งๆหน้า ตึกเรียนสั่นสะเทือน ฝุ่นฟุ้งตลบอบอวน แสงจากปืนเลเซอร์ปลิวเข้าใส่ฝ่ายมาโฮระเหมือนห่าฝน และปลิวกลับใส่คนยิง จากการสะท้อนกับดาบแสงนับร้อย

ด้านหน้าของห้องอาบน้ำรวมลมโชย กองทัพ 3-A จำนวน 32 คน พร้อมแล้วสำหรับการปะทะที่อาจถึงแก่ชีวิตครั้งนี้

ห้องอาบน้ำลมโชย ได้ชื่อมาจากลมอันสดชื่นซึ่งจะพัดพาความสบายใจเข้ามาให้กับผู้ที่มาใช้บริการ และพัดพาความไม่สบายใจออกไป ในตอนนี้ลมที่ว่านั้นก็ดูเหมือนจะช่วยเพิ่มกำลังใจได้มาก บางทีการสู้รบบางอย่างอาจไม่ได้ต้องการอะไรมากไปกว่าขวัญ กำลังใจ และท้องที่อิ่มพอดี

ชั่วขณะหนึ่ง ลมหยุดพัด ความเงียบสงบบังเกิด ซึ่งก็เหมือนกับมหากาพย์ทั่วไป ที่จะมีความเงียบสงบก่อนเกิดพายุเสมอ

และพายุจำนวนประมาณ 5000 ตัวก็กำลังพัดมาในทิศนี้

หุ่นยนต์ติดกล้องสอดแนมของอาซากุระ คาซึมิ บินสูงอยู่เหนือกองทัพไทราเนียน ซึ่งประกอบไปด้วย กองทหารม้าซอธริคซึ่งขี่สัตว์หน้าตาเหมือนนกกระจอกเทศผสมกิ้งก่า จำนวน 1200 ตัว เดินข้ามลานกว้างขนาบกองทหารราบ 2208 ตัว แบ่งเป็นกองต่างๆกองละ 184 ตัว (ทหาร 180 ตัว หัวหน้ากอง พลสัญญาณข้าง และพลระวังหลัง) นอกนั้นเป็นกองรถถังที่ขับรถหน้าตาประหลาดเหมือนช้างตัวใหญ่ๆ 32 ตัว และหน่วยอากาศยานพรางตัวไม่สามารถนับจำนวนได้แน่ชัด จำนวนอันมหาศาลนี้มีอันจะต้องแออัดยัดเยียดกันในลานกว้างของสวนสาธารณะกลาง มุ่งหน้าสู่ทางขึ้นบันใดหลัก

หน่วยสอดแนม 3-A อันมีฮาเซกาว่า จิซาเมะ ผู้เชี่ยวชาญด้านคอมพิวเตอร์เป็นคนควบคุมมอนิเตอร์ และเฝ้าดูโดยฮาคาเซะ ซาโตมิ และเจ้า หลินเฉิง จำนวนมหาศาลนั้นทำเอาทั้งสามแทบบ้า แต่ก็สงบสติอารมณ์ไว้ได้และเริ่มคิดแผนรับมือ

...เราจะล่อทัพซอธริคให้เข้าป่าก่อน ให้คาเอเดะแยกร่างทำลับๆล่อๆอยู่ตรงชายป่าให้ทหารม้าเข้าชาร์จ ให้มานะซุ่มอยู่ในป่าแล้วจัดการ ช่วยกันกับคาเอเดะ ส่วนทัพเดินเท้ากับรถถังล่อไปที่ทะเลสาบดีไหม เจ้าตั้งข้อสังเกต

ก็ดี แต่ท่าจะยากนะ เพราะมันมีกันเยอะแยะมากมาย ซาโตมิแย้ง

ยูเอะเดินดูดนมที่เพิ่งกดมาจากตู้เป็นรอบที่สิบ ขอดูหน่อยได้ไหม

เชิญเลยจ้า ทั้งสองกำลังอยากได้ความช่วยเหลือพอดี เราไม่รู้จะจัดการกับทหารราบยังไงดี

ยูเอะมองแผนที่อยู่หน่อยเดียวก็เสนอว่า ล่อไปที่ทะเลสาบแล้วให้อากิระจัดการสิ

เจ้ารีบสำทับด้วยชัยชนะเล็กน้อย คิดเหมือนกันใช่ไหม

ทำยังไงล่ะ ซาโตมิถาม

ยูเอะอธิบาย ก็ให้มาโดกะ มิสะ กับซากุราโกะ เต้นล่อไปสิ

จริงด้วย

แล้วถ้าล่อไปไม่ได้ทั้งทัพ ก็ให้ครูเนกิกับเอวา และคนอื่นๆจัดการที่เหลือ

เจ้าไม่ค่อยเห็นด้วย ไม่ๆ ครูเนกิ คุณเอวา คุณชาช่ามารุให้จัดการทัพฟ้าสิ คุณเซ็ตสึนะกับคุณอาสึนะด้วย

แล้วทหารราบล่ะ ยูเอะถาม

ซาโตมิเสนอตัวเลือกที่ไม่มีใครนึกถึง นัทสึมิจังกับมากิเอะจังไง

อะไรนะ

กล่าวโดยสรุป ไม่ช้าแผนการก็ถูกสรุปย่อให้เนกิและคนอื่นๆฟังโดยซาโตมิ และก็พร้อมปฏิบัติตามแผนอย่างไม่ชักช้า มากิเอะกับนัทสึมิประจำอยู่บนดาดฟ้าของโรงยิม อากิระประจำในทะเลสาบ มานะกับคาเอเดะซ่อนอยู่ในป่า เนกิขึ้นขี่ไม้เท้าของเขาพร้อมกับโนโดกะ ยูเอะขึ้นไม้กวาดของเธอ เป็นต้น คนอื่นๆก็ประจำอยู่ในที่ของตัวเอง

แถววว หยุด!! นี้คือคำแปลของเสียงคำสั่งประหลาดๆจากแม่ทัพไทราเนียน เมื่อเห็นร่างแยกของคาเอเดะวับแวมอยู่แถวชายป่าระหว่างอาคาร 4 กับหอพักอาจารย์

ขบวน ชาร์จ!! นี่ถือเป็นคำสั่งที่เริ่มต้นศึกระหว่างกองทัพจำนวนครึ่งหมื่น กับนักเรียนจำนวน 32 คน

ทหารม้าซอธริคที่เดินกระหนาบซ้ายขวาแปรขบวนโอบล้อมร่างแยกของคาเอเดะซึ่งล่าถอยเข้าป่า แผ่นดินสั่นไหวเหมือนจะแยกเป็นเสี่ยงๆ ทหารม้าแต่ละตัวถืออาวุธเป็นกระบองแสง และไม่มีอาวุธระยะไกล เนื่องจากตัวซอธริคนั้นติดเกราะไฟฟ้าซึ่งหากใครโดนชาร์จก็ไม่มีที่จะร่วงลงดินด้วยอาการช็อคจากกระแสไฟ และโดนเท้าที่เต็มไปด้วยหนามของมันบดขยี้

สภาพในป่าชุลมุนวุ่นวายอย่างยิ่ง คาเอเดะจำนวนหลายสิบถึงหลายร้อยคนก็ไม่ทราบได้ ปรากฏขึ้นที่นั่นที่นี่ พร้อมกับดาวกระจายขนาดเท่าบ้านเป็นระยะ ทหารม้าบางตัวอยู่ดีๆก็มีรูบนศีรษะและล้มลงก่อนจะถูกเพื่อนเหยียบ คาเอเดะถอยออกจากป่าเล็กๆเข้าสู่ป่าที่เล็กกว่า และเข้าไปสู่ป่าใหญ่ จำนวนไทราเนียนที่ไล่ตามก็ลดลง

น่านฟ้าเหนือลานกว้าง มีแสงพุ่งไปมา เหล่านี้คือเวทย์มนตร์ทั้งหลายแหล่ที่เนกิระดมมาประเคนใส่ทัพอากาศของพวกต่างดาว เมื่อปราศจากเกราะกันเวทย์แล้ว พวกไทราเนียนก็สามารถใช้เวทย์มนตร์ธรรมดากำจัดได้ง่ายๆ แต่ที่ลำบากคือจำนวนนับร้อยของพวกมัน ยังดีที่มีโนโดกะคอยบอกทิศทาง ยูเอะคอยร่ายเวทย์สนับสนุน

ไอความเย็นระเบิดไปทั่วเป็นระยะๆจากฝีมือของเอวา และการระเบิดขนาดใหญ่ที่ดูเหมือนพลุหลากสีก็เป็นฝีมือของชาช่ามารุ

หน่วยพยาบาลฉุกเฉิน ตั้งขึ้นที่สระน้ำภายในห้องอาบน้ำลมโชย โดยมีเจ้าหน้าที่พยาบาลเพียงสองคน คือ โคโนเอะ โคโนกะ และอิซึมิ อาโกะ โคโนกะนั้นสามารถรักษาได้โดยใช้เวทย์มนตร์ อาโกะก็เช่นกันแต่ทำได้แค่อาการบาดเจ็บเบื้องต้น ทั้งสองต้องแบ่งหน้าที่กันเพราะการรักษาต้องใช้พลังงานมาก

นี่ๆ คุณโคโนกะ อาโกะพูดขึ้น

เรียกฉันว่าโคโนจังก็ได้นะจ๊ะ

คิดว่าวันนี้เราจะมีหน้าที่ไหมจ๊ะ

ไม่รู้สิ โคโนกะหวังไว้ในใจว่าอย่าได้มีคนบาดเจ็บเลย เพราะถ้าเกิดพลาดขึ้นมา ไม่น่าจะใช้แผลถลอกแน่นอน แต่ฉันภาวนาว่าอย่าให้มีใครโดนทำร้ายเลยนะ

ทั้งสองเหม่อมองออกไปยังทิวทัศน์ริมฝั่งแม่น้ำที่อยู่ไกลออกไป บริเวณนี้ห่างจากการสู้รบพอสมควรจึงมีความเงียบสงบ เป็นคืนที่โรแมนติคถ้าไม่มีเหตุการณ์บ้าๆนี้ แต่ใครจะนึกขอบคุณความเงียบสงบที่มีอยู่ทุกวันเล่า นอกจากมันจะถูกทำให้หายไป เช่นในคืนนี้เป็นต้น

เสียงกระจกแตกดังสนั่นหวั่นไหว ร่างสูงใหญ่ร่างหนึ่งสวมเกราะแบบไทราเนียนทั่วไป แต่มีประกายสีทองทั้งตัว ก้าวเข้ามา ไม่รู้ว่ามันมาจากไหน ชั่วขณะหนึ่งโคโนกะและอาโกะคิดว่ามันมาจากมิติอื่น ร่างนั้นก้าวเข้ามาอย่างช้าๆ ทั้งสองโผเข้ากอดกันด้วยความตกใจกลัว

ร่างนั้นหยุดเดิน แล้วพูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงทรงอำนาจ คุณหนูโคโนกะ

อีกแล้วหรือ โคโนกะคิด ทำไมต้องเป็นฉันทุกครั้งด้วย

ร่างสูงใหญ่นั้นพูดต่อ ถ้าคุณหนูจะกรุณาให้เกียรติ ข้าขอเชิญคุณหนูไปทัศนศึกษายังดาวบ้านเกิดของข้าได้ไหม

ดูเหมือนเป็นคำเชิญที่สุภาพที่สุด ถ้าเชิญใครสักคนไปเที่ยวบ้าน แต่ในเวลานี้คงมีแค่คนสติเสียเท่านั้นที่จะตอบรับคำเชิญของมันด้วยท่าทีปกติ

ถ้าคุณหนูไม่ยอมรับคำเชิญของข้า ก็ขออภัยด้วย มันพูดต่อ หวังว่าชีวิตของเพื่อนๆข้างนอกคงจะมีประโยชน์กว่านี้

อย่าทำอะไรเพื่อนๆของฉันนะ!!! โคโนกะร้องออกมา น้ำตาที่คลออยู่กระเซ็นออก ฉัน... เอ่อ

ไปให้พ้นจากคุณหนูโคโนกะนะ!!! เสียงหนึ่งดังมาจากอีกข้างหนึ่งของสระ

ทั้งหมดหันไปตามเสียง เซ็ตสึนะนั่นเอง

ร่างสูงใหญ่พูดขึ้น องครักษ์ของเธอสินะ หรือข้าจะเรียกว่าคู่รักดีล่ะ สายตาเจ้ามันบอก จะยังไงก็ช่าง ถ้าคิดจะปกป้องคุณหนูล่ะก็ ล้มลอร์ดอาคีรอนคนนี้ให้ได้สิ!!! มันหยิบท่อนโลหะสีทองท่อนหนึ่งขึ้นมา แล้วสะบัดออกเป็นดาบแสงยาวเหยียดสีแดงเพลิง

เซ็ตสึนะกระโดดข้ามสระมาขวางระหว่างร่างนั้นกับโคโนกะ อาโกะดึงแขนโคโนกะวิ่งหนีเข้าไปในห้องแต่งตัว

เซ็ตสึนะหยิบการ์ดขึ้นมา ฉันจะไม่ยอมให้ใครทำร้ายคุณหนูเด็ดขาด แววตาของเธอจ้องไปยังร่างนั้นอย่างดุดัน

อาดิอาท!!! เธอตะโกนออกมา พร้อมๆกับแสงที่เปล่งจากการ์ดนั้น ปีกของเธอเปล่งประกายสีขาวเจิดจ้า ประกายแสงแห่งการปกป้อง แสงที่เปล่งจากการ์ดเปลี่ยนเป็นสีม่วงและกลายเป็นใบดาบ ฉายจากท่อนโลหะสีขาวในมือ

ลอร์ดอาคีรอนหัวเราะเหยียดๆ แล้วกระโดดขึ้นลอยตัวกลางอากาศ

เซ็ตสึนะพุ่งขึ้นเข้าปะทะ

ซิส เมีย พาร์ส ควินเจนไท เซกันดัม ดิมิเดียม.... (นับแต่บัดนี้เป็นเวลา 500 วินาที ข้าขอแต่งตั้งคู่หูของข้า) เนกิเริ่มร่ายเวทย์อยู่บนไม้เท้าที่ฉวัดเฉวียนหลบกระสุนพลาสมากลางอากาศ

....อายาเซะ ยูเอะ ร่างของยูเอะเปล่งแสง เธอเร่งความเร็วไม้กวาดของเธอดำดิ่งเข้าหารถถังที่กราดลำพลาสมาเข้าใส่ และยิงเวทย์ออกจากไม้กายสิทธิ์รูปจันทร์เสี้ยวที่เนกิมอบให้เมื่อนานมาแล้ว แสงสีขาวนับร้อยเส้นพุ่งออกมาจากไม้กายสิทธ์นั้นตรงเข้าหารถถังแล้วระเบิดเป็นดอกเห็ดขนาดย่อม

...คางุราซากะ อาซึนะ อาซึนะซึ่งกวัดแกว่งดาบแสงสีฟ้าครามฟันรถถังอยู่นั้น กระโดดลอยขึ้นกลางอากาศ ดาบผ่าเวหา!!! เธอฟาดดาบลงกลางกลุ่มรถถังซึ่งแล่นอย่างสับสนอลหม่านเพราะเพลาขาดไปก่อนหน้านี้ เมื่อดาบปะทะพื้นก่อให้เกิดคลื่นกระแทกมหาศาลส่งรถถังปลิวขึ้นไปในอากาศ แล้วตกลงมายับเยินข้างล่าง บางคันกระเด็นไปตกในทะเลสาบ บางคันไปตกในหุบเขาก็มี

...ฮาเซกาว่า จิซาเมะ จิซาเมะในชุดนักเรียนกระต่าย (สันนิษฐานว่าเธอเปลี่ยนชุดผิด) ถือร่มคันเล็กพุ่งไปในอากาศเฉียงขึ้นไปบนท้องฟ้า ชิอุ ไซเบอร์ ชู้ต!!! คลื่นกระแทกระลอกเล็กๆพุ่งออกจากร่มที่กางออก แหวกกวาดอากาศที่ฝูงบินไทราเนียนบินอยู่ ก่อให้เกิดมวลอากาศปั่นป่วนหลายหย่อมทำให้เครื่องบินเสียการทรงตัวและหมุนควงลงมาปะทะกับยานรบข้างล่างระเบิดเสียหาย ศูนย์กลางของมวลอากาศปั่นป่วนปรากฏเป็นหลุมดำขนาดเล็กกว่าปลายเข็มปลิวลงมาโดนกองทัพไทราเนียนที่อยู่เบื้องล่างด้วยความเร็วมากกว่ากระสุนปืน และสลายตัวเกือบทันทีที่ปะทะกับสิ่งใดสิ่งหนึ่ง แต่ก็เพียงพอที่ปลดปล่อยพลังงานออกมาเป็นแรงระเบิดมหาศาล

...ซากุราซากิ เซ็ตสึนะ...

ภายในห้องอาบน้ำลมโชย ในตอนนี้น่าจะเรียกว่าพายุโชยมากกว่า เพราะคลื่นกระแทกจากการปะทะของดาบแสงของทั้งสองรุนแรงนัก ต้นไม้ในห้องปลิวว่อน หยดน้ำฟุ้งอยู่กลางอากาศทุกแห่ง

ทันทีที่เซ็ตสึนะได้รับพลังเวทย์จากเนกิ ร่างกายของเธอเปล่งแสง และเคลื่อนไหวเร็วเป็นสองเท่า ลอร์ดอาคีรอนพุ่งดาบเข้าใส่ เธอแทงสวนกลับ มันปัดได้ทันควันแต่ก็โดนปลายดาบของเธอแทงถากชายโครงเป็นแผลยาว เซ็ตสึนะรุกเข้าหา ดาบของเธอกวัดแกว่งดุจใบพัดเครื่องบิน และรุนแรงจนคนธรรมดาไม่สามารถรับแรงปะทะได้โดยไม่กระเด็นไปสักสองสามร้อยเมตร

เมื่อทั้งคู่ถอยห่างออกจากกัน ต่างคนก็ใช้พลังเวทย์ เซ็ตสึนะฟันดาบใส่กลางอากาศ พลังจากดาบและจิตใจของเธอ เวทย์ที่ได้รับจากเนกิ พลังงานที่ซาโตมิดัดแปลงให้ รวมกันเป็นสายฟ้าสีม่วงพุ่งเข้าหาลอร์ดอาคีรอน ลอร์ดอาคีรอนยื่นมือปล่อยสายฟ้าสีแดงออกมา สายฟ้าทั้งสองปะทะกันทำให้เกิดมวลพลังงานพุ่งเข้าใส่อีกฝ่ายจนกระเด็นทะลุกระจกออกไปข้างนอก

ลอร์ดอาคีรอนยืนขึ้นได้ก่อนแล้วลอยขึ้นกลางท้องฟ้า เซ็ตสึนะสยายปีกของเธอบินตามขึ้นไปด้วยความเร็วดุจเครื่องบินไอพ่น ดาบของทั้งคู่ปะทะกันกลางอากาศครั้งแล้วครั้งเล่า ดูไม่ออกว่าใครเป็นฝ่ายได้เปรียบ

โคโนกะไม่ฟังเสียงห้ามของอาโกะ ออกมาดูการต่อสู้ด้านนอก ถ้าเพียงแต่เธอจะช่วยเซ็ตจังได้ เธอพร้อมจะทำทุกอย่าง ไม่ใช่เพียงแค่ยืนเอาใจช่วยแค่นี้

ลอร์ดอาคีรอนยกดาบขึ้นสูง เซ็ตสึนะเห็นช่องว่างตวัดดาบเข้าใส่ อาคีรอนตีลังกากลับตัวกลางอากาศแล้วตวัดดาบทีหนึ่ง ตัดปีกข้างขวาของเซ็ตสึนะขาด เธอร่วงลงมายังพื้นด้านล่าง

เซ็ตจัง!!! โคโนกะวิ่งถลาเข้าไปรับร่างที่ร่วงลงมาได้ทัน

อาคีรอนร่อนลงสู่พื้นดินห่างจากทั้งสองไม่กี่เมตร

คุณหนูโคโนกะ เซ็ตสึนะลืมตาขึ้นแล้วพบว่าโคโนกะได้ช่วยเธอไว้อีกครั้ง คุณหนูช่วยฉันไว้หรือคะ

พอเถอะเซ็ตจัง อย่าสู้ต่อไปเลยนะ ฉันไม่อยากให้เธอเป็นอะไรไป ฉันยอมไปกับพวกต่างดาวก็ได้... โคโนกะพูดทั้งน้ำตา

แต่ยิ่งพูดแบบนี้ เซ็ตสึนะยิ่งรู้สึกผิด และรู้สึกว่าเป็นหน้าที่ที่จะต้องปกป้องคุณหนูของเธออย่างสุดชีวิต เธอกระโดดออกจากอ้อมกอดของโคโนกะลงมายืนบนพื้น จะไม่มีใครพรากคุณหนูไปจากฉันได้!!

เซ็ตสึนะกวัดแกว่งดาบแสงเป็นวงแล้วปล่อยออกจากมือ วงของดาบแสงเหมือนกงจักรหมุนไปหาอาคีรอน มันยกดาบขึ้นรับ แต่ดาบของเซ็ตสึนะหมุนอย่างรุนแรงมากเกินกว่าที่มันจะคาดคิด มันกระเด็นไปไกล

เซ็ตสึนะรับดาบแล้วพุ่งเข้าหามันพร้อมกับปล่อยสายฟ้าออกจากดาบทันที พลังที่ได้รับจากเนกิรวมกับความโกรธของเธอต่อผู้ที่จะพรากคุณหนูไปนั้นเปี่ยมล้น

อีกด้านหนึ่งของการต่อสู้ มากิเอะซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์ของนัทสึมิ ลัดเลาะไปตามถนนเล็กๆ มุ่งสู่ทะเลสาบ

ริ่มฝั่งทะเลสาบ สามสาวชาวเชียร์เต้นเรียกร้องความสนใจของต่างดาวอยู่ Go go lets go lets go..

และดูเหมือนจะเรียกร้องความสนใจของหน่วยทหารราบได้มากทีเดียว พวกมันเคลื่อนทัพผ่านอาคาร 2 และป่าละเมาะตรงไปยังทะเลสาบ ทันทีที่เข้าระยะยิงมันก็กราดกระสุนใส่เชียร์ลีดเดอร์ทั้งสาม

แต่สายเกินไป เพราะทั้งสามหายไปไหนก็ไม่ทราบได้ อันที่จริงไม่ได้หายไปไหน เพียงแต่คาเอเดะพาไปอยู่ในสถานที่ปลอดภัยภายในพริบตาเดียว

กองทัพมาหยุดที่ริมฝั่งทะเลสาบ และได้รับคำสั่งให้ ค้นหา และทำลาย ทั้งหมดกระจายอยู่ริมฝั่ง

ขณะที่ไม่ได้ทันระวังตัวนั้น เกิดคลื่นลูกเดี่ยวๆลูกหนึ่งขึ้นจากริมเกาะหอสมุด คลื่นลูกนั้นเคลื่อนที่มาบนฝั่งด้วยความเร็วสูง และเมื่อถึงฝั่งก็สูงขึ้นหลายสิบเมตร ทหารราบไทราเนียนบ้างก็ตาลีตาเหลือกวิ่งหนี บ้างก็ตะลึงอยู่ตรงนั้น แต่ล้วนแล้วแต่โดนคลื่นยักษ์กวาดลงทะเลสาบสิ้น คลื่นลูกนี้แปลก เพราะสิ่งก่อสร้างหรือต้นไม้ที่โดนซัดนั้นไม่เป็นอะไรเลย มันม้วนตัวกลับลงทะเลสาบเหมือนกับโดนอะไรบางอย่างดึงไป

พวกไทราเนียนตะเกียกตะกายว่ายน้ำกลับเข้าฝั่ง แต่เหมือนมีแรงมหาศาลฉุดไม่ให้ไปไหน และเมื่อพวกมันเงยหน้าขึ้นสูดอากาศหายใจ ผืนน้ำก็พร้อมใจกันซัดเข้าหน้าของมัน จนกระทั่งมันหมดลมและจมลง

ส่วนตัวที่ทำท่าจะขึ้นฝั่งได้ ก็ไม่ได้ขึ้น เนื่องจากถูกกระสุนลึกลับที่ดูเหมือนก้อนน้ำทะลุร่าง น้ำในทะเลสาบเป็นสีเขียวเรืองเสงด้วยเลือดของพวกมัน

โอโคจิ อากิระ ที่อยู่ใต้น้ำยิ้มอย่างภูมิใจในฝีมือของตัวเอง

กองทัพไทราเนียนที่อยู่ในลานกว้างเริ่มสับสนอลหม่าน เนื่องจากกองทหารม้าและยานเกราะถูกทำลายไปสิ้น มันกราดปืนใส่ทุกอย่าง จนบางทีโดนพวกเดียวกันเอง สภาพโกลาหลนี้เกิดขึ้นสักพัก จนนายกองที่รอดชีวิตตัวหนึ่งให้สัญญาณให้อยู่ในความสงบ

ถึงแม้จะตายไปมากจากการปะทะในครั้งนี้ ทหารราบไทราเนียนก็ยังเหลืออยู่อีกประมาณ 400 ตัว

พวกเนกิและนักเรียน 3-A หายไปไหนหมดก็ไม่ทราบได้ พวกต่างดาวเริ่มหวาดระแวง และไม่กล้าเคลื่อนที่ไปไหน

นัทสึมิและมากิเอะเตรียมพร้อมที่จะจัดการพวกทหารราบที่เหลือ

เสียงเครื่องยนต์ดังขึ้นจากดาดฟ้าอาคาร 2 พร้อมกันนั้นมอเตอร์ไซค์คันหนึ่งก็ทะยานขึ้นบนท้องฟ้า ลำแสงพลาสมาจำนวนนับร้อยก็พุ่งตามขึ้นไปจากกระบอกปืนของทหารราบเหล่านั้นทันที แต่ก่อนที่จะถูกมอเตอร์ไซค์และคนที่ขี่นั้น มันก็เบี่ยงออกด้านข้างเหมือนกับชนอะไรบางอย่าง

มากิเอะนำการ์ดปัคติโอของเธอขึ้นมา แล้ว อาดิอาท!!!

แสงสีชมพูเปล่งประกายท่ามกลางความมืด เธอกระโดดตีลังกาลงมาแล้วฟาดริบบิ้นกลางอากาศ คลื่นพลังงานมหาศาลถูกปลดปล่อยกระแทกพื้นดินแยกออกเป็นรอยแยกขนาดใหญ่ ไม่ต้องพูดถึงพวกทหารราบไทราเนียนที่โดนเข้าไป และตัวที่บังเอิญอยู่ใกล้แล้วตกลงไปเหมือนธรณีสูบ ห่วงอันหนึ่งหมุนควงมาล้อมพวกมันไว้เหมือนล้อมรั้ว พร้อมกันนั้นลูกบอลลูกหนึ่งก็ปลิวเข้ามากลางวงเหมือนโดนยิงออกจากกระบอกปืนใหญ่ แล้วระเบิดออกเป็นพลุสีชมพู คลื่นความร้อนมหาศาลเผาพวกไทราเนียนที่อยู่ในรัศมีภายในห่วงให้กลายเป็นผงทันที โดยไม่ทำอันตรายต่อตัวที่อยู่ข้างนอก

พวกไทราเนียนที่เหลืออยู่จำนวนไม่ถึงร้อยสาดปืนพลาสมาไปอย่างไร้ทิศทาง แต่มากิเอะจังหายตัวไปแล้ว และอีกอึดใจต่อมา เมื่อหลายตัวหยุดสาดกระสุน ปรากฏเชือกเส้นหลายเส้นเลื้อยอย่างรวดเร็วเข้ามาพันธนาการพวกมันทั้งหมดแล้วดึงขึ้นกลางท้องฟ้า

มากิเอะที่อยู่บนดาดฟ้าของอีกตึกซัดคฑาสองอันไปหาพวกมัน ทันทีที่คฑานั้นปะทะ ก็ระเบิดออกเป็นสะเก็ดสีชมพูจำนวนมาก ฉีกร่างของมันออกเป็นชิ้นๆกลางอากาศ

เนกิซึ่งเฝ้าดูด้วยความเป็นห่วงอยู่ห่างๆรู้สึกกลัวขึ้นมาทันที คุณมากิเอะโหดเหมือนกันนะครับ เขาหันมาพูดกับโนโดกะที่รู้สึกแบบเดียวกัน

เสียงระเบิดดังมาอย่างต่อเนื่องจากห้องอาบน้ำลมโชย เนกิ โนโดกะ อาซึนะ เอวา ชาช่ามารุ ยูเอะ รีบรุดไปทางนั้นทันที

สิ้นเสียงระเบิด ร่างของลอร์ดอาคีรอนนอนอย่างหมดสภาพอยู่ที่พื้น เซ็ตสึนะเงื้อดาบพุ่งเข้าไปด้วยความเร็ว หวังจะประหารมันให้สิ้นซากในตอนนั้น

แต่เวลา 300 วินาทีก็หมดลง และความเร็วของเธอก็ตกลงอย่างฉับพลัน ลอร์ดอาคีรอนพลิกตัวหลบ ดาบของเซ็ตสึนะปักลงพื้นที่ระเบิดออกเพราะความร้อนจากใบดาบ

ลอร์ดอาคีรอนยื่นมือออกมาข้างหน้า แล้วปล่อยสายฟ้าสีแดงออกมาอย่างบ้าคลั่ง พุ่งเข้าช็อตเซ็ตสึนะเต็มๆ และยกร่างเธอขึ้นกลางอากาศเหมือนมีมือที่มองไม่เห็นจับไว้ ก่อนจะปล่อยให้เธอร่วงลงมา

เธอพยายามลุกขึ้นอย่างยากลำบาก ทันทีที่เธอลุกขึ้นมาได้ ลอร์ดอาคีรอนก็ซัดดาบของมันเข้าใส่

ปลายดาบปักทะลุอกของเธอก่อนที่จะดับตัวเองลงและตกกระทบพื้น ร่างของเซ็ตสึนะล้มลงตาม

ไม่!!!! โคโนกะร้องออกมาด้วยความรู้สึกที่ปะปนกันทั้งตื่นตระหนกสุดขีด เสียใจอย่างสุดซึ้ง และโกรธแค้นถึงที่สุด สติของเธอหลุดออกไป เธอทรุงลงกับพื้น สายตาเหม่อไปยังร่างของเซ็ตจังที่นอนอยู่ น้ำตาถูกปล่อยให้ไหลออกมาอาบแก้ม

เซ็ตสึนะรู้สึกร้อนผ่าวที่หน้าอก ก่อนที่ความร้อนจะกลายเป็นความเย็นและไร้ความรู้สึก เธอหันหน้ามาทางโคโนกะ สิ่งสุดท้ายที่เธอรับรู้ก็คือ ไอ้ต่างดาวที่ก้าวเข้าไปหาคุณหนูของเธอช้าๆ ก่อนที่เธอจะไม่รับรู้อะไรอีก

อาโกะเรียกสติกลับคืนมาได้หลังจากที่เธอเห็นภาพที่คิดว่าฝันไป ไม่มีทางที่เพื่อนของเธอจะจากไปเช่นนี้ อาดิอาท การ์ดปัคติโอของเธอเปลี่ยนเป็นเข็มฉีดยาเล่มโตและเธอพุ่งมันเข้าหาอาคีรอน แต่มันเพียงแค่ยกมือขึ้นแล้วสายฟ้าก็พุ่งเข้าชนเข็มฉีดยากระบอกนั้นแตกกระจาย และกระแทกเธอไปชนกับกำแพงอย่างแรงจนสลบไป กำแพงพังลงมาทับร่างของเธอ

ลอร์ดอาคีรอนหยุดอยู่ตรงหน้าของโคโนกะ ซึ่งดูเหมือนจะไม่รับรู้อะไรที่เกิดขึ้นแล้ว สายตาของเธอว่างเปล่า ไปกันเถิด คุณหนู มันจับโคโนกะอุ้มขึ้น

หยุดนะ พวกเนกิมาถึงพอดีและเห็นภาพลูกศิษย์ของเขา ภาพที่ไม่อาจทำใจให้เชื่อได้ว่าเกิดขึ้น ภาพของเซ็ตจังที่นอนอยู่บนพื้นโดยมีรูที่หน้าอก ภาพของอาโกะที่สิ้นสติอยู่คาซากกำแพง ภาพของโคโนกะที่อยู่ในอ้อมแขนของไอ้ต่างดาวโดยที่สายตาของเธอจับจ้องอยู่ในความว่างเปล่า

พวกกระจอก มันกล่าวอย่างดูแคลน พวกที่จะขัดขวางไม่ให้พลังที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของจักรวาลกำเนิด เฮอะ สู้กับโกเลมของข้าไปก็แล้วกัน

มันโบกมือทีหนึ่งแล้วฝุ่นในอากาศก็รวมตัวกันเป็นหุ่นพิฆาตตัวหนึ่งอยู่บนพื้น และมันก็เหาะไปในอากาศพร้อมด้วยโคโนกะในมือของมัน

ทุกคนต่างตื่นตะลึง ตระหนก และหวาดกลัวกับสิ่งที่ได้เห็นจนลืมการป้องกันตัวเองอย่างที่ควรทำ หุ่นพิฆาตยิงลำแสงออกมาลำหนึ่ง พุ่งเข้าหาเนกิ

โนโดกะถลาเข้ามาขวาง คุณครู ระวังค่ะ!

แสงนั้นปะทะเข้ากลางหลังโนโดกะ

เธอทรุดตัวลงในอ้อมแขนของเนกิ

ตายซะเถอะ!!! เอวา ชาช่ามารุ ยูเอะ และอาซึนะปล่อยพลังคนละแบบเข้าใส่หุ่นพิฆาตจนมันกลับกลายเป็นผงฝุ่นอีกครั้ง

อาซึนะวิ่งไปหาร่างของเซ็ตสึนะ อุ้มเธอขึ้นมา ชาช่ามารุนำร่างของอาโกะออกมาจากซากกำแพง เนกิได้แต่เขย่าตัวและเรียกชื่อโนโดกะซ้ำแล้วซ้ำเล่าแต่เธอก็ไม่ฟื้นขึ้นมา

สูงขึ้นไปในท้องฟ้า ย